กินยาอย่างไร...ไตไม่พัง?
13 มี.ค. 2562 | jirasin_yin

เพจเฟซบุ๊ก ใกล้หมอจิ๋ม โดยให้ความรู้เรื่อง/ปัญหาใต้สะดือเหนือเข่า จากผู้เชี่ยวชาญ ด้านสุขภาพ โพสต์ให้ความรู้ โดยระบุข้อความว่า #กินยาอย่างไรไตไม่พัง..
ข่าว
13 มี.ค. 2562 | jirasin_yin

เพจเฟซบุ๊ก ใกล้หมอจิ๋ม โดยให้ความรู้เรื่อง/ปัญหาใต้สะดือเหนือเข่า จากผู้เชี่ยวชาญ ด้านสุขภาพ โพสต์ให้ความรู้ โดยระบุข้อความว่า #กินยาอย่างไรไตไม่พัง..
.
#กินยาอย่างไรไตไม่พัง
อย่างแรก คือ ลดปริมาณการใช้ยาที่ไม่จำเป็น
ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้งก่อนซื้อยารับประทานเอง หรือหากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับยาที่รับประทานอยู่ว่าซ้ำซ้อนกัน หรือมีผลต่อการทำงานของไตหรือไม่
ในผู้ป่วยโรคเรื้อรังก็ควรไปพบแพทย์เป็นประจำ ไม่ควรซื้อยารับประทานเองอย่างต่อเนื่องเพียงเท่านี้ไตก็จะอยู่ให้ร่างกายเราพร้อมใช้ไปตลอดชีวิต
#โรคไตเรื้อรัง ส่วนใหญ่มีสาเหตุมาจาก โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูงที่ควบคุมไม่ได้
และที่สำคัญคือ การใช้ยา และสมุนไพรที่ทำอันตรายต่อไต
โดยคนไข้ไตที่เกิดจากการควบคุมโรคเบาหวาน และความดันโลหิตสูงไม่ได้ พบว่าส่วนหนึ่งเกิดจากการไม่ใช้ยาตามคำแนะนำของแพทย์ เพราะเชื่อว่าการรับประทานยามาก ๆ จะทำให้ไตพัง
อยากบอกว่าไม่ใช่ยาทุกชนิดที่รับประทานเข้าไปแล้วจะไปมีผลต่อไต
ในการทำการรักษาแพทย์จะเป็นผู้พิจารณาเลือกยาและขนาดยาที่เหมาะสมกับสภาวะของคนไข้ และมีการตรวจติดตามค่าการทำงานของไตเป็นประจำ โดยเฉพาะในผู้ที่มีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคไต
ดังนั้นจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่คนไข้ต้อง
- รับประทานยาตามแพทย์สั่ง
- ปฏิบัติตัวตามคำแนะนำของแพทย์ และ
- มาตรวจติดตามผลการรักษาเป็นประจำ
เมื่อควบคุมโรคเบาหวาน และความดันโลหิตสูงได้แล้วความเสี่ยงในการเป็นโรคไตเรื้อรังก็จะลดน้อยลง
ประเด็นหลักที่ยังเป็นปัญหาอยู่ในปัจจุบันคือการซื้อยามารับประทานเอง
ยาที่เป็นอันตรายต่อไตที่พบปัญหามากที่สุดคือ กลุ่มยาแก้ปวดแก้อักเสบชนิดไม่ใช่สเตียรอยด์ หรือยากลุ่มเอ็นเสด (NSAIDs)
ยากลุ่มนี้คนไทยนิยมใช้เป็นจำนวนมาก เพราะเป็นยาที่หาซื้อได้ตามร้านขายยาทั่วไป เป็นยาที่ใช้กันอยู่แล้วในชีวิตประจำ ไม่ว่าจะใช้เป็นยาลดไข้ ใช้บรรเทาอาการปวดศีรษะ ไมเกรน อาการปวดจากโรคเกาต์ ข้อเข่าเสื่อม ปวดประจำเดือน และ แก้อาการปวดฟัน
ยาในกลุ่มนี้ได้แก่ แอสไพริน ไอบูโพรเฟน นาโปรเซน ไดโคลฟีแนค เป็นต้น
ดังนั้นควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้งก่อนใช้ยา
แต่ที่อันตรายกว่านั้นคือการรับประทานยาชุด ยาสมุนไพร ยาบำรุง และอาหารเสริม ที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียน ไม่ระบุตัวยา และส่วนประกอบที่ชัดเจนซึ่งมักมีการลักลอบใส่สารที่เป็นอันตราย และเป็นพิษต่อไต ทำให้เนื้อไตอักเสบเฉียบพลันหรือเกิดภาวะไตวายเฉียบพลันได้
ดังนั้นควรหลีกเลี่ยงการใช้ยากลุ่มดังกล่าว หากมีอาการ
- เหนื่อยง่าย
- บวม
- ปวดสีข้างด้านหลัง
- ปัสสาวะน้อยลง
- ปัสสาวะเป็นสีน้ำล้างเนื้อ หรือ
- ปัสสาวะมีฟองมากผิดปกติ ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนโรคไต
แนะนำให้รีบไปพบแพทย์ เพื่อตรวจการทำงานของไต และดูแลรักษาอย่างถูกต้องก่อนที่เนื้อไตจะถูกทำลายอย่างถาวรจนกลายเป็นโรคไตวายเรื้อรัง
เนื่องในวันไตโลกที่กำลังจะมาถึงซึ่งในปีนี้ตรงกับวันที่ 14 มีนาคม 2562
เพจคุยกับหมอจิ๋มตระหนักถึงความสำคัญ และร่วมรณรงค์เพื่อให้ทุกคนดูแลป้องกันตัวเองให้ห่างไกลจากโรคไต ถ้าไม่อยากต้องกลายเป็นหนึ่งในแสนคนนั้น เรามาดูแลไตของเรากันเถอะเริ่มตั้งแต่วันนี้ยังไม่สาย
ด้วยความปรารถนาดี
ใกล้หมอจิ๋ม
ทุกปัญหาใต้สะดือเหนือเข่า เราเข้าใจ
ทุกปัญหาสุขภาพและเรื่องจุดซ่อนเร้นที่นี่มีคำตอบ
ขอบคุณทุกๆท่านที่ร่วมกด Like
ขอบคุณที่ร่วมกด Share และขอบคุณทุกๆ Comment นะจ๊ะ
#ใกล้หมอจิ๋ม
#เพจนี้หมอตอบไวใจดีทุกคน
#ไต,#โรคไต,#โรคเบาหวาน