11 มี.ค.62 - ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนสุขภาวะชุมชน (สำนัก 3) ดวงพร เฮงบุณยพันธ์ บอกว่า การลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการพัฒนาศูนย์เรียนรู้เพื่อการจัดการสิ่งแวดล้อมและลดโลกร้อน โดย ภาคีเครือข่ายร่วมสร้างชุมชนท้องถิ่นน่าอยู่ ประกอบด้วย 8 ตำบล
1 องค์การบริหารส่วนตำบลสำโรงตาเจ็น อำเภอขุขันธุ์ จังหวัดศรีสะเกษ 2 องค์การบริหารส่วนตำบลยางขี้นก อำเภอเขื่องใน จังหวัดอุบลราชธานี 3 องค์การบริหารส่วนตำบลเก่าย่าดี อำเภอแก่งคร้อ จังหวัดชัยภูมิ 4 องค์การบริหารส่วนตำบลบ้านหยวก อำเภอน้าโสม จังหวัดอุดรธานี 5 เทศบาลตำบลบ้านหลวง อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ 6 องค์การบริหารส่วนตำบลบ้านข่อย อำเภอเมืองลพบุรี จังหวัดลพบุรี 7 องค์การบริหารส่วนเขาไม้แก้ว อำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี และ 8 เทศบาลตำบลหงาว อำเภอเทิง จังหวัดเชียงราย
นางสาวดวงพร บอกว่า การเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชนท้องถิ่น อันนำไปสู่การมีคุณภาพชีวิตที่ดีของพลเมือง ย่อมมิใช่เป็นหน้าที่ของใครคนใดคนหนึ่ง หรือหน่วยงาน องค์กรใดองค์กรหนึ่ง แต่หากจำเป็นต้องอาศัยทุกภาคส่วนที่อยู่ในชุมชนร่วมกับภาคีอื่นๆ ที่อยู่นอกชุมชนเหล่านั้นด้วย จึงจะทำให้เกิด การพัฒนาที่ยั่งยืน จากการมีส่วนร่วมทุกภาคส่วน ทำให้เกิดเป็นวิถีการจัดการตนเองของชุมชน โดยการเรียนรู้ตัวเอง จัดการตนเอง รู้จักการนำใช้ข้อมูล รู้จักทุนและศักยภาพของตนเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเสริมสร้างศักยภาพการรับมือต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (ภาวะโลกร้อน) และการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาเครือข่ายร่วมสร้างชุมชนท้องถิ่นน่าอยู่ ได้น้อมนำศาสตร์พระราชาเพื่อความเข้มแข็งของชุมชนท้องถิ่น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง "เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา" "ระเบิดจากข้างใน" และ "ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง" โดยมียุทธศาสตร์หลัก 3 ประการ ประกอบด้วย 1) การพัฒนาระบบการจัดการสุขภาวะของพื้นที่ (S-Systematization) 2) สนับสนุนการพัฒนานวัตกรรม (I-Innovation) และ 3) ประสานความร่วมมือในการบูรณาการงาน (I-Integration)ในการดำเนินการตามยุทธศาสตร์หลักทั้ง 3 ประการของเครือข่ายร่วมสร้างชุมชนท้องถิ่นน่าอยู่ จะเป็นกลไกขับเคลื่อนหนุนเสริมแนวนโยบายของรัฐบาลไทยและสังคมโลก ที่เกี่ยวข้องกับการรับมือภาวะโลกร้อนและการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ดังรายละเอียดต่อไปนี้
1. ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (พ.ศ.2561-2580) ที่มีความเชื่อมโยงกับยุทธศาสตร์ชาติที่ 5 ด้านการสร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม2. แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 12 (พ.ศ.2560-2564) ที่มีความเชื่อมโยงกับยุทธศาสตร์ที่ 4 การเติบโตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน3. แผนยุทธศาสตร์กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (พ.ศ.2560-2569) ที่มีความเชื่อมโยงกับยุทธศาสตร์ที่ 2 การส่งเสริมและพัฒนาท้องถิ่นร่วมขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศไทย 4.0 สู่ประเทศที่พัฒนาแล้วจากฐานของท้องถิ่นและยุทธศาสตร์ที่ 4 การส่งเสริมและพัฒนาบริการสาธารณะของท้องถิ่นที่มีคุณภาพเพื่อคุณภาพชีวิตของประชาชน4. เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development GoalsSDGs : พ.ศ.2558-2573) ที่ประกอบด้วย 1) เป้าหมายที่ 2 ขจัดความหิวโหย 2) เป้าหมายที่ 6 การจัดการน้ำและสุขาภิบาล 3) เป้าหมายที่ 7 พลังงานสะอาดที่ทุกคนเข้าถึงได้ 4) เป้าหมายที่ 12 แผนการบริโภคและการผลิตที่ยั่งยืน 5) เป้าหมายที่ 13 การรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ 6) เป้าหมายที่ 14 การใช้ประโยชน์จากมหาสมุทรและทรัพยากรทางทะเล และ 7) เป้าหมายที่ 15 การใช้ประโยชน์จากระบบนิเวศทางบก
โดยมีสาระสำคัญ 2 ส่วน ประกอบด้วยส่วนที่ 1 บทบาทหน้าที่ของกลไกที่เกี่ยวข้อง1. เครือข่ายร่วมสร้างชุมชนท้องถิ่นน่าอยู่ มีบทบาทสำคัญในการเรียนรู้ร่วมกัน การผลักดันให้เกิดนโยบายสาธารณะระดับตำบล เครือข่าย และจังหวัด รวมถึงขับเคลื่อนและรณรงค์ให้มีการกระจายอำนาจ ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและคืนอำนาจให้ชุมชน2. สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) โดย สำนักสนับสนุนสุขภาวะชุมชน (สำนัก 3) มีภารกิจในการจุดประกาย กระตุ้นและสนับสนุนให้เกิดการนำใช้ทุนและศักยภาพ ให้เกิดการทำงานเชื่อมประสานกันระหว่างภาคีหลักในระดับพื้นที่ สถาบันการศึกษา หน่วยงานภาครัฐ และหน่วยงานภาคเอกชน3. ห้างหุ้นส่วนสามัญอัตถจริยา ดำเนินการพัฒนากระบวนการและกลไกในการรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (ภาวะโลกร้อน) โดยชุมชนท้องถิ่นร่วมสนับสนุนและอำนวยความสะดวกในการพัฒนาด้านวิชาการ และหนุนเสริมการพัฒนาศูนย์เรียนรู้เพื่อการจัดการสิ่งแวดล้อมและลดโลกร้อน4. ศูนย์เรียนรู้เพื่อการจัดการสิ่งแวดล้อมและลดโลกร้อน มีบทบาทหน้าที่ในการพัฒนาชุมชนต้นแบบให้มีศักยภาพในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (ภาวะโลกร้อน) และการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม5. ศูนย์สนับสนุนทางวิชาการเพื่อการจัดการเครือข่าย (ศวภ.) มีบทบาทหน้าที่ในการสนับสนุนและอำนวยความสะดวกในการพัฒนาด้านวิชาการและการบริหารจัดการให้แก่ศูนย์เรียนรู้เพื่อการจัดการสิ่งแวดล้อมและลดโลกร้อน และกลไกขับเคลื่อนเครือข่าย
ส่วนที่ 2 การดำเนินงาน1. การพัฒนาหลักสูตรองค์ความรู้ภาวะโลกร้อน ประกอบด้วย(1) สำรวจและร่วมพัฒนาระบบข้อมูลตำบลเพื่อการจัดการสิ่งแวดล้อม (TCNAP-EM)(2) พัฒนางานด้านวิชาการและจัดทำหลักสูตรการฝึกอบรมองค์ความรู้เกี่ยวกับภาวะโลกร้อน(3) วิเคราะห์ข้อมูลรอยเท้าคาร์บอนชุมชนท้องถิ่น2. การขับเคลื่อนการรับมือภาวะโลกร้อนโดยชุมชนท้องถิ่น(1) ฝึกอบรมหลักสูตรองค์ความรู้เกี่ยวกับภาวะโลกร้อนให้แก่บุคคล กลุ่ม องค์กรทั้งภายในและภายนอกตำบล(2) พัฒนาอาสาสมัครภาวะโลกร้อน(3) จัดกิจกรรมรณรงค์การจัดการสิ่งแวดล้อมและลดโลกร้อนตามองค์ความรู้ภาวะโลกร้อน จัดทำเป็นระเบียบ ข้อบังคับ หรือ นโยบายสาธารณะการจัดการสิ่งแวดล้อมและลดโลกร้อนตามองค์ความรู้ภาวะโลกร้อน