นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ แคดิเดตนายกรัฐมนตรีลำดับที่ 2 พรรคเพื่อไทย พร้อมด้วยดร.ประพันธ์ เนตรรังษี ผู้สมัคร ส.ส.กรุงเทพฯ เขต 6 ราชเทวี พญาไท จตุจักร (เฉพาะแขวงจตุจักร จอมพล) ลงพื้นที่ตลาดสายหยุด บริเวณชุมชนรถไฟมักกะสัน เพื่อพบปะประชาชนขอคะแนนเสียงสนับสนุน โดยในระหว่างเดินตลาดนายชัชชาติพร้อมผู้สมัคร ส.ส.และคณะได้ร่วมกันใส่บาตรพระสงฆ์ด้วย จากนั้นได้นั่งดื่มน้ำชา จับวงคุยกับชาวบ้านในชุมชนเพื่อรับฟังปัญหาและแลกเปลี่ยนความคิด ซึ่งส่วนใหญ่จะสะท้อนปัญหาเรื่องของปากท้อง และเรื่องของที่อยู่อาศัย ที่ประชาชนในชุมชนมีความกังวลอย่างมาก เนื่องจากพื้นที่นี้เป็นของการรถไฟแห่งประเทศไทย หากมีการนำพื้นที่ไปให้เช่าหรือดำเนินการเชิงพาณิชย์ประชาชนจะอยู่อย่างไร
ทั้งนี้ นายชัชชาติ บอกว่าการที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปชาธิปัตย์ประกาศว่าไม่สนับสนุนพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ว่าเรื่องนี้หัวใจไม่ใช่อยู่ที่พลเอกประยุทธ์ แต่อยู่ที่จุดยืนที่สำคัญที่ประชาชนอยากรู้มากกว่า ที่ประชาชนตั้งคำถามว่าตกลงพรรคประชาธิปัตย์จะร่วมกับพรรคพลังประชารัฐหรือไม่ ส่วนการที่นายอภิสิทธิ์แสดงท่าทีแบบนี้อาจจะเป็นการแข่งขันทางการเมือง เพราะคนส่วนใหญ่อาจจะไม่อยากให้มีการสืบทอดอำนาจ ซึ่งการทำเช่นนี้อาจจะสอดคล้องกับความต้องการของประชาชนส่วนใหญ่ หรือประชาชนส่วนใหญ่เห็นด้วยหรือไม่ ส่วนจะเป็นการเรียกคะแนนหรือไม่ก็แล้วแต่คนมอง แต่ทางพรรคเพื่อไทยเรามีจุดยืนมานานมากแล้ว
ส่วนปัญหาการเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรที่เกิดขึ้น นายชัชชาติ ระบุจากข่าวพบว่ามีปัญหาเกิดขึ้นหลายที่ เช่น ที่จีนบัตรหาย และคูหาที่มาเลเซียเป็นกล่องกระดาษ ซึ่งมองว่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นต้องเป็นบทเรียนที่จะมาปรับปรุงให้ดีขึ้น และต้องชี้แจงกับประชาชนให้ได้ว่าเกิดอะไรขึ้น ส่วนจะเกิดการทุจริตขึ้นหรือไม่นั้น ยังไม่เห็นเหตุการณ์ที่ชัดเจน จะไปโทษทันทีไม่ได้ แต่ตนก็มีข้อเป็นห่วงอยู่ รวมถึงการเลือกตั้งล่วงหน้าทั้งหมด ที่จะเกิดขึ้นในสัปดาห์หน้า การเก็บรักษาหีบบัตรก็เป็นเรื่องสำคัญ เพราะต้องมีการเก็บหีบบัตรหลายวัน ดังนั้นทุกฝ่ายต้องช่วยกันทำให้การเลือกตั้งมีความโปร่งใส สร้างความมั่นใจกลับคืนมา เพื่อให้เศรษฐกิจเดินหน้า หากมีข้อกังขาในการเลือกตั้งก็จะทำให้ไม่มีความมั่นใจ และมีผลกระทบตามมา เราต้องช่วยกัน และกกต.ต้องแสดงจุดยืน และความเป็นมืออาชีพกลับมาเพื่อให้การเลือกตั้งโปร่งใส และเดินหน้าต่อไปได้
นอกจากนี้ นายชัชชาติ ยังบอกว่ากรณีที่นายจาตุรนต์ ฉายแสง และนายณัฐวุฒิ ใสเกื้อ อดีตแกนนำพรรคไทยรักษาชาติเดินหน้าจัดตั้งภารกิจ "ก้าวต่อไปเพื่อประชาธิปไตย" ว่าเรื่องนี้ไม่ส่งผลต่อใดพรรคเพื่อไทย เพราะอุดมการณ์คล้ายกัน คือไม่ได้สนับสนุนการสืบทอดอำนาจของ คสช. การดำเนินการของอดีตแกนนำไทยรักษาชาติ ถือเป็นสิทธิ และไม่ได้ขัดแย้งอะไรกัน ซึ่งตนไม่ได้มีการพูดคุยกัน เนื่องจากอดีตแกนนำไทยรักษาชาติมีความเป็นอิสระ มีความคิดเป็นของตนเอง และเราเคารพซึ่งกันและกัน รวมถึงนโยบายรวมของเราก็ไม่ได้ขัดแย้งกัน และคงจะไม่มีการเชิญมาร่วมเดินสายหาเสียงกับพรรคเพื่อไทย เนื่องจากเหลือเวลาก่อนการเลือกตั้งเพียง 10 กว่าวัน คงไม่มีผลอะไรแล้ว ซึ่งพรรคเพื่อไทยจะเดินของเราอย่างเต็มที่ ส่วนไทยรักษาชาติจะเดินอย่างไรก็แล้วแต่เขา เพราะเขามีฐานเสียงของเขาอยู่แล้ว และเขาจะทำอย่างไรเราต้องเคารพการตัดสินใจของไทยรักษาชาติ