พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ กล่าวต่อว่า โดยเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน กก.3 บก.ทท.1 สืบทราบว่า มีบุคคลที่ใช้ชื่อว่า นายธวัชชัย เลายี่ปา สร้างภาพลักษณ์ว่าตนเป็นคนไทยที่ประสบความสำเร็จ ในการประกอบธุรกิจซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทย อีกทั้งมีพฤติกรรมชักชวนชาวจีนให้เข้ามาร่วมลงทุน และเป็นเจ้าของบริษัทประกอบธุรกิจนำเที่ยว นายธวัชชัย ได้เผยแพร่และประชาสัมพันธ์ข่าวสารของตนเองลงในเว็บไซด์ของจีนในชื่อ นายจาง ซี หนี (Mr.Zhang Xi Ni) จึงได้ทำการสืบสวนจนพบว่า นายธวัชชัย เป็นบุคคล สัญชาติและเชื้อชาติจีน ชื่อจริง นายจาง ชิง โป๋ (Mr.Zhang Qing Po) ได้เดินทางเข้ามาในประเทศ เมื่อประมาณ พ.ศ.2552 ต่อมาได้ทำการทุจริตสวมบัตรประชาชนของนายธวัชชัย เลายี่ปา เมื่อวันที่ 23 พ.ย.2558 ที่ว่าการอำเภอเวียงแก่น จ.เชียงราย และเชื่อว่ามีผู้เสียหายกว่า 200 ราย
พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ กล่าวต่อไปว่า จากนั้นทางเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน จึงได้รวบรวมพยานหลักฐาน และขออนุมัติหมายจับต่อศาลจังหวัดเทิง ออกหมายจับบุคคลที่ใช้ชื่อ นายธวัชชัย เล่ายี่ปา ในความผิดฐาน "ทำหรือใช้ หรือแสดงหลักฐานอันเป็นเท็จหรือกระทำการเพื่อให้ตนเอง หรือผู้อื่นมีชื่อหรือมีรายการอย่างหนึ่งอย่างใดในทะเบียนบ้าน หรือเอกสารทะเบียนราษฎรอื่นโดยมิชอบ, ยื่นคำขอมีบัตรโดยไม่มีสัญชาติไทยด้วยการแจ้งข้อความหรือแสดงหลักฐานอันเป็นเท็จต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ในการขอมีบัตร, แจ้งให้เจ้าพนักงานผู้กระทำการตามหน้าที่จดข้อความอันเป็นเท็จลงในเอกสารมหาชนหรือเอกสารราชการ ซึ่งมีวัตถุประสงค์สำหรับใช้เป็นพยานหลักฐานโดยที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน ใช้หรืออ้างเอกสารอันเกิดจากการกระทำผิดตาม มาตรา265 มาตรา266หรือมาตรา267 ในประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน"ตามหมายจับศาลจังหวัดเทิงที่ จ.7/2562 ลงวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2562