ความคืบหน้าสำคัญก็คือ เมื่อวานมีการตั้งคณะกรรมการสรรหาผู้ที่มีคุณสมบัติเหมาะสมเป็น ส.ว.แล้ว ประธานคณะกรรมการสรรหาฯ ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็น "พี่ใหญ่บูรพาพยัคฆ์" พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม "พี่เลิฟ" ของ "นายกฯลุงตู่" พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นั่นเอง
เมื่อวาน พลเอกประวิตร บอกสั้นๆ ว่า จะเรียกประชุมคณะกรรมการสรรหาฯเร็วๆ นี้ โดยสัดส่วน ส.ว.จะมาจากหลากหลายสาขาอาชีพ คัดจากคนทั่วไป ไม่เอาทหารที่ใกล้เกษียณอายุราชการ
ล่าสุดวันนี้ มีรายงาน "บิ๊กป้อม" เรียกประชุมคณะกรรมการสรรหาฯแล้ว ที่ทำเนียบรัฐบาล ถือว่าทำงานได้รวดเร็วทันใจจริงๆ
จะว่าไป การมี ส.ว.250 คน ซึ่งเป็น ส.ว.ตามบทเฉพาะกาลของรัฐธรรมนูญ ก็ถูกวิจารณ์หนักอยู่แล้ว บางคนขนานนามว่า "ส.ว.ตู่มี" คล้ายๆ เพลงประเทศกูมี เพราะมีการมองว่า ส.ว.ชุดนี้ ถูกออกแบบขึ้นมาเพื่อโหวตเลือก "ลุงตู่" เป็นนายกฯต่ออีก 1 สมัย
"ส.ว.ตู่มี" เลือกแบบนี้ครั้งเดียวเท่านั้น มีวาระ 5 ปี ครั้งต่อไปถ้ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ยังใช้อยู่ ก็จะมี ส.ว.แค่ 200 คน ไมใช่ 250 คน และวิธีการได้มาซึ่ง ส.ว.ก็ไม่เป็นแบบนี้
ส.ว.ทั้ง 250 คน ถ้าจะบอกว่าทั้งหมดมาจาก คสช. ก็คงไม่ผิด ก็เพราะ ส.ว.มีที่มาจาก 3 กลุ่มก้อนใหญ่ๆ
หนึ่ง คือ แต่งตั้งมาโดยตำแหน่ง ประกอบด้วยผู้นำเหล่าทัพ 6 คน รวมทั้งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ
สอง คือ เลือกกันเองจากกลุ่มอาชีพต่างๆ 10 กลุ่มทั่วประเทศ ทั้งแบบองค์กรเสนอ และผู้สมัครอิสระ กระบวนการเลือกผ่านไปหมดแล้ว ได้มา 200 รายชื่อ ส่งให้ คสช.เคาะเลือกเหลือ 50 รายชื่อ
และสาม อีก 194 คนสุดท้าย มาจากคณะกรรมการสรรหาที่ คสช.ตั้งขึ้นกับมือ โดยไปคัดเลือกรอบแรกมา 400 คน ส่งชื่อให้ คสช.เคาะรอบสุดท้ายให้เหลือ 194 คน
ในบทเฉพาะกาลของรัฐธรรมนูญเขียนเอาไว้ชัดว่า การโหวตเลือกนายกฯช่วง 5 ปีนับจากมีรัฐสภาชุดแรกตามรัฐธรรมนูญนี้ ให้ ส.ว.มีสิทธิ์โหวตด้วย โดยผู้ที่จะขึ้นดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีได้ ต้องมีเสียงสนับสนุนเกินกึ่งหนึ่งของรัฐสภา คือสภาผู้แทนราษฎรบวกวุฒิสภา นั่นก็คือ 376 เสียงขึ้นไป จากเสียงทั้ง 2 สภา 750 เสียง
จุดนี้เองที่ทำให้หลายฝ่ายจับตาไปที่การเคาะเลือก ส.ว.ซึ่งเป็นอำนาจของ คสช. ว่าจะกลายเป็นฐานเสียงสำคัญที่ช่วยโหวตให้ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ซึ่งยังดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคสช.อยู่ในปัจจุบัน เป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไปหลังเลือกตั้งในฐานะที่เป็นแคนดิเดตนายกฯของพรรคพลังประชารัฐหรือไม่ เพราะบทเฉพาะกาลของรัฐธรรมนูญเขียนไว้ด้วยว่า ให้ คสช.เคาะชื่อ ส.ว.รอบสุดท้าย 250 ชื่อ ให้เรียบร้อยภายใน 3 วันหลัง กกต.ประกาศรับรองผลเลือกตั้ง
สาเหตุที่ต้องให้เคาะชื่อภายใน 3 วันหลังทราบผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ คงไม่ต้องอธิบายให้มากความว่าเพราะอะไร
ปรากฏการณ์ที่คอการเมืองคาดว่าจะเกิดขึ้นก็คือ แม้พรรคพลังประชารัฐจะไม่ได้เสียง ส.ส.มากที่สุดจากสนามเลือกตั้ง และไม่สามารถรวมเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎรได้ แต่ก็จะใช้กลไก ส.ว.ยกมือสนับสนุน พลเอกประยุทธ์ ให้เป็นนายกฯไปก่อน เพื่อชิงตั้งรัฐบาล และนี่อาจจะเป็นคำตอบของคำถามที่ว่า ทำไมถึงต้องใช้บริการ "บิ๊กป้อม - พี่ใหญ่บูรพาพยัคฆ์" เป็นประธานสรรหา ส.ว. 194 คน