การหาเสียงเลือกตั้ง ที่จะมีขึ้นในวันที่ 24 มีนาคมนี้ พรรคการเมือง ที่มีแนวคิดหั่นงบประมาณกระทรวงกลาโหม อย่างชัดเจน คือ เพื่อไทย อนาคตใหม่ พรรคเพื่อชาติ พรรคประชานิยม โดยอ้างว่า รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา รัฐบาลคสช. อัดงบให้กระทรวงกลาโหม เต็มสูบและจัดให้เพิ่มมากขึ้นในรอบ 5 ปี ทั้งๆ ที่ ประชาชน คนส่วนใหญ่ ยังยากจนอยู่ ฉะนั้น เพื่อกระจายการพัฒนา และไม่มีความจำเป็นที่จะหาอาวุธ เพราะไม่รู้ว่าจะรบกับใคร จึงควรหั่นงบประมาณของกระทรวงกลาโหม ลง 10% เพื่อนำไปใช้ในโครงการเพื่อปากท้องของประชาชน
บางพรรคบอกว่า จะลดจำนวนนายพล ที่มากเกินไป คงคิดจะทำเหมือนตอนตัวเองเป็นเจ้าของบริษัท สั่งไล่พนักงานที่ไปรวมตัวตั้งสหภาพ เพราะกลัวพนักงานจะมีอำนาจต่อรองเจ้าของบริษัท ขอถามว่า "ลดจำนวนนายพล" นั้น มีการทำงานที่ไหนบ้างที่ย่ำอยู่กับที่ เป็นพลทหารตั้งแต่อายุ 19-20 ถึงเกษียณอายุราชการ มันไม่ใช่บริษัท ไม่พอใจ เห็นคนงานรวมพลังกันกลัวจะโดนกดดันเรื่องสวัสดิการ ก็ "เลิกจ้าง"
มาดูประเด็นการหาเสียง เรื่องหั่นงบกองทัพ กันบ้าง จากการตรวจสอบงบประมาณกระทรวงกลาโหม ย้อนหลังไปถึงปี 2547 ซึ่งเป็นช่วงรัฐบาล นายทักษิณ ชินวัตร พรรคไทยรักไทย จัดงบกระทรวงกลาโหม 7.63% ของงบประมาณรายจ่ายรวมทั้งหมด ขณะที่งบประมาณปี 2562 ที่จัดทำโดยรัฐบาลคสช. จัดงบคิดเป็น 7.6% ของงบประมาณรายจ่ายรวมทั้งหมด แต่ในอดีตไม่ว่ารัฐบาลคมช. รัฐบาลอภิสิทธิ์ พรรคประชาธิปัตย์ รัฐบาลยิ่งลักษณ์ พรรคเพื่อไทย จัดงบให้สูงถึง 8-9 % เมื่อดูจากฐานตัวเลขนี้ งบทหารยุคคสช. เพิ่มไม่มากเท่ารัฐบาลเพือไทย ด้วยซ้ำไป