ประธานาธิบดีทรัมป์หวังใช้การประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินเพื่อจัดสรรงบประมาณเกือบ 8,000 ล้านดอลลาร์สำหรับสร้างกำแพงกั้นพรมแดนเม็กซิโก หลังสภาคองเกรสตกลงจัดสรรงบให้เพียง 1,375 ล้านดอลลาร์ น้อยมากเมื่อเทียบจำนวนที่เขาเคยขอไว้5,700 ล้านดอลลาร์ โดยเขาจะโยกงบมาจากกองทุนปราบปรามยาเสพติดของกระทรวงการคลัง งบโครงการสกัดกั้นยาเสพติดของกระทรวงกลาโหม และงบการก่อสร้างทางทหารของกระทรวงกลาโหม เป็นต้น
แต่เขาเสี่ยงเผชิญการต่อสู้คดีทางกฎหมายกับสมาชิกสภาคองเกรสและยืดเยื้อจนถึงกลางปีหน้า ขณะที่ทำเนียบขาวเผยเตรียมพร้อมเต็มที่สำหรับการสู้คดี ส่วนนักวิเคราะห์มองว่า ศาลจะพิจารณาว่าเกิดสถานการณ์ฉุกเฉินที่พรมแดนภาคใต้จริงหรือไม่ และมีข้อจำกัดอย่างไรต่ออำนาจประธานาธิบดีในการใช้เงินภาษีประชาชนใครมีสิทธิยื่นฟ้องได้บ้าง ซึ่งอาจเป็นสมาชิกสภาที่มองว่าประธานาธิบดีก้าวล่วงอำนาจสภา และเจ้าของบ้านเรือน ที่ถูกเวรคืนที่ดินนำไปใช้สร้างกำแพง
นับตั้งแต่ปี 2522 มีประธานาธิบดีหลายคนประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินรวม 60 ฉบับ ซึ่ง 31 ฉบับยังใช้อยู่จนถึงปัจจุบัน และกฎหมายปี 2519 อนุญาตให้ประธานาธิบดีโยกย้ายงบไปใช้ในสถานการณ์ฉุกเฉินของชาติแต่นางแนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎร เตือนเมื่อวานว่า หากทรัมป์ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินเพื่อสร้างกำแพง ในอนาคตประธานาธิบดีที่มาจากพรรคเดโมแครตจะประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินเพื่อควบคุมอาวุธปืนบ้าง