โดยกล่าวว่า ไม่รู้ว่าต้องให้ความชัดเจนหรืออะไรมากกว่านั้น เพราะทุกอย่างจบลงเมื่อได้เชิญตัวแทนคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มาหารือตั้งแต่เมื่อวันที่ 31 ม.ค. และได้เรียนให้นายกฯทราบไปเรียบร้อยแล้ว หลักใหญ่ ๆ มันจบหมดแล้ว หากมีอะไรสงสัยว่าทำอะไรได้หรือไม่ได้ ให้ถามทางกกต.เอาเอง กกต.ยินดีตอบทุกพรรคไม่ว่าใครก็ตาม รวมถึงเรื่องดีเบต การสวมเสื้อ การขึ้นเวที ทุกอย่าง ปัญหาแต่ละคนไม่เหมือนกัน เขาจึงเตือนให้ระวัง โดยสรุปคือ ถ้าเป็นผู้สมัครหรือพรรคการเมืองให้ทำของตัวเองไป แต่ถ้าใครที่ไม่ใช่ผู้สมัครหรือพรรคการเมือง ไม่ว่าใคร ตำแหน่งอะไร อยู่หรือไม่อยู่ในบัญชีรายชื่อนายกฯ ถ้าเป็นข้าราชการ เจ้าหน้าที่ของรัฐ ต้องระมัดระวังในการปฏิบัติตน
ผู้สื่อข่าวถามว่า หาก กกต.มีมติยุบพรรคการเมืองและส่งศาลรัฐธรรมนูญ พรรคดังกล่าวต้องหยุดหาเสียงก่อนหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ในกฎหมายกำหนดให้ถามศาลรัฐธรรมนูญ และศาลจะบอกให้หยุดหรือไม่หยุดก็ได้ระหว่างรอคำวินิจฉัย เพราะแต่ละอย่างไม่รู้ว่าข้อหาเบาหรือหนักขนาดไหน ข้อหาในการยุบพรรคมีหลายเรื่อง เช่น ถ้าข้อหาที่ถูกร้องยุบพรรคเป็นความผิดที่ทำซ้ำ ๆ กันอยู่ทุกวัน ซึ่งระหว่างกระบวนการวินิจฉัยยุบพรรคยังไม่จบ จะให้ทำต่อคงไม่ได้
ต่อข้อถามว่า คดียุบพรรคศาลรัฐธรรมนูญจะต้องพิจารณาอย่างรวดเร็วหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า โดยปกติคดีแบบนี้ศาลจะพิจารณาด้วยความรวดเร็วอยู่แล้ว
ผู้สื่อข่าวถามถึงกระบวนการไต่สวนของกกต.หลังพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) ท้วงว่า กกต.ไม่ได้มีการไต่สวนพรรค ทษช.ก่อน ข้อเท็จจริงต้องเชิญพรรค ทษช.ชี้แจงก่อนหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ไม่ทราบว่าจะทำอย่างไรและไม่ทราบว่าในชั้นกกต.จำเป็นจะต้องฟังใครขนาดไหน เป็นกระบวนการของกกต.แต่ถ้ามีการยื่นศาลรัฐธรรมนูญจริง ทั้งสองฝ่ายจะต้องไปชี้แจงต่อศาล เพราะในชั้นกกต.เป็นเพียงการรวบรวมหลักฐานว่ามีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าจะต้องยุบพรรค