ประเด็นนี้นักกฎหมายมองว่า พรรคไทยรักษาชาติยังพอมีข้อต่อสู้ โดยอาจจะอ้างว่าที่ผ่านมายังไม่ถึงขั้นตอนการหาเสียง เป็นเพียงแค่การเสนอแคนดิเดตนายกฯ แต่ฝั่ง กกต.อาจจะมองอีกมุมได้เหมือนกันว่า การโหมกระแส "บิ๊กเซอร์ไพรส์" ทางโซเชียลมีเดีย หากพรรคหรือคนในพรรคมีส่วนเกี่ยวข้อง ก็อาจเข้าข่ายความผิดได้ แต่ประเด็นที่ยังไม่ชัดเจนก็คือ ความผิดในเรื่องนี้ต้องรับโทษถึงขั้นไหน เพราะไม่ได้ระบุไว้ในระเบียบ
ฉะนั้นจึงมีการนำพฤติกรรมไปเชื่อมโยงกับพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง ซึ่งมีความผิดที่เกี่ยวข้องกับสถาบันเบื้องสูง 2 เรื่อง บัญญัติอยู่ในมาตรา 92 มีโทษถึงยุบพรรค คือ
1.กระทําการล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข / หรือเพื่อให้ได้มาซึ่งอํานาจในการปกครองประเทศโดยวิธีการซึ่งมิได้เป็นไปตามวิถีทางที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ
กับ 2.กระทําการอันอาจเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
นอกจากนั้นยังมีอีก 1 ประเด็นที่อาจเข้าข่ายความผิด และนำไปสู่การยุบพรรคได้เหมือนกัน ก็คือการที่พรรคการเมืองยินยอมให้บุคคลนอกพรรคที่ไม่ได้เป็นสมาชิกพรรค "ครอบงำ ควบคุม ชี้นำ" จนพรรคไม่มีอิสระในการดำเนินกิจกรรมทางการเมือง เรื่องนี้เกี่ยวข้องทั้งการฮั้วส่งผู้สมัคร และการแสวงหาข้อเท็จจริงว่าใครอยู่เบื้องหลังการเสนอแคนดิเดตนายกฯของพรรคไทยรักษาชาติบ้าง
เรื่องนี้ต้องรอดูว่า กกต.จะวินิจฉัยออกมาอย่างไร เพราะการยุบพรรคตามมาตรา 92 ไม่ต้องมีใครร้องก็ได้ / กกต.สามารถแสวงหาหลักฐานและข้อเท็จจริงได้เอง ซึ่งการกระทำของพรรคไทยรักษาชาติ และประเด็นที่ว่าใครอยู่เบื้องหลัง มีข้อมูลหลักฐานเป็นจำนวนมากในโซเชียลมีเดีย
หาก กกต.วินิจฉัยว่าข้อกล่าวหาเหล่านี้มีมูล โดยเฉพาะการกระทำผิดกฎหมายพรรคการเมือง มาตรา 92 ก็ต้องเสนอศาลรัฐธรรมนูญเพื่อมีคำสั่งให้ยุบพรรค และเพิกถอนสิทธิ์สมัครรับเลือกตั้งของคณะกรรมการบริหารพรรคการเมืองนั้น (จะ 5 ปี หรือ 10 ปี หรือตลอดชีวิต แล้วแต่ฐานความผิด) ซึ่งกรรมการบริหารพรรคไทยรักษาชาติก็มีทั้งอดีตรัฐมนตรีในรัฐบาลพรรคเพื่อไทย เครือญาติของอดีตนายกฯทักษิณ ชินวัตร คนทำงานให้ตระกูลชินวัตร และแกนนำนปช.