และเพื่อให้เกิดการจัดตั้งโรงงานผลิตในไทยอย่างจริงจังกระทรวงฯ จะกำหนดให้ภายในปี 2563 การกำหนดเงื่อนไขในเอกสารประกวดราคา หรือทีโออาร์การจัดซื้อจัดจ้างระบบขนส่งมวลชนทางรางของภาครัฐทั้งหมดต้องระบุให้มีการซื้อตู้รถไฟและรถไฟฟ้าจากผู้ผลิตในประเทศหรือผู้ผลิตที่มีแผนลงทุนผลิตในประเทศไทยเท่านั้น
ส่วนภายในปี 2565 กำหนดให้มีการจัดซื้อและส่งมอบตู้รถไฟและรถไฟฟ้าจากผู้ผลิตที่มีการประกอบขั้นสุดท้ายในประเทศและภายในปี 2567 กำหนดให้ต้องซื้อตู้รถไฟและรถไฟฟ้าที่ผลิตโดยชิ้นส่วนในประเทศไม่น้อยกว่า40% ของมูลค่ารถที่สั่งซื้อ และภายในปี 2568 กำหนดให้ต้องซื้อตู้รถไฟและรถไฟฟ้ารวมทั้งระบบอาณัติสัญญาณที่ผลิตในประเทศไทยทั้งหมดและต้องมีการผลิตชิ้นส่วนหลักสำคัญ เช่น ตัวรถ โบกี้ ระบบห้ามล้อ ระบบขับเคลื่อนระบบจ่ายไฟ ระบบช่วงล่าง
สาเหตุที่ต้องจัดตั้งโรงงานผลิตรถไฟรถไฟฟ้า อุปกรณ์ชิ้นส่วนต่าง ๆ ที่เกี่ยวเนื่องเนื่องจากผลการศึกษาของอุตสาหกรรมพบว่าใน 20ปีข้างหน้า ไทยมีความต้องการใช้รถไฟ รถไฟฟ้ามากว่า 1,000 ตู้ประกอบกับปัจจุบันระบบขนส่งมวลชนทางรางในไทยทั้งของบมจ.ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพผู้ให้บริการรถไฟฟ้าบีทีเอส การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย หรือรฟม.รถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ การรถไฟแห่งประเทศไทยหรือ ร.ฟ.ท. ใช้ตู้รถไฟมากว่า413 ตู้ และในอนาคตไทยมีจะการลงทุนรถไฟฟ้าในเมืองรถไฟทางคู่ทั่วประเทศ รถไฟความเร็วสูงอีกจำนวนมาก
การตั้งโรงงานผลิตรถไฟรถไฟฟ้าในไทยจะช่วยลดต้นทุนการผลิต นำเข้าบำรุงรักษาทั้งระบบหากมีการจัดซื้อตู้รถไฟ 1,000ตู้ รวมกว่า 22,300 ล้านบาทแยกออกเป็นลดการนำเข้าอุปกรณ์ ชิ้นส่วน อะไหล่ต่าง ๆ กว่า 18,000 ล้านบาทต่อ 1,000 ตู้ ลดต้นทุนการบำรุงรักษาจ้างผู้เชี่ยวชาญ และซ่อมบำรุงกว่า 4,300 ล้านบาทต่อปีและหากมีการตั้งโรงงานจะเกิดการลงทุนไม่น้อยกว่า 500 ล้านบาทต่อปีส่วนพื้นที่ที่มีความเหมาะสมในการจัดตั้งโรงงานรถไฟฟ้านั้นมองว่าทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีความเหมาะสม เช่น ขอนแก่น