ตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมา มีกระแสจากในโซเชียลมีเดีย และคนมีชื่อเสียงในสื่อสังคมออนไลน์ คาดการณ์ตรงกันว่า การกระทำของพรรคไทยรักษาชาติสุ่มเสี่ยง ผิดกฎหมาย และอาจนำไปสู่การยุบพรรคได้อีกด้วย เพราะในคำแถลงของ ร้อยโท ปรีชาพล พงษ์พานิฃ หัวหน้าพรรคไทยรักษาชาติเอง ขณะอยู่ที่ กกต.เมื่อวานนี้ ก่อนเสนอแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ร้อยโทปรีชาพล พูดชัดเจนว่าเรื่่องนี้เป็นมติของกรรมการบริหารพรรค และพรรคเห็นชอบร่วมกัน ทำให้พรรค ไม่สามารถปฏิเสธความรับผิดชอบได้
สำหรับความผิดที่มีแนวโน้มสูงว่าจะเข้าข่ายแน่นอน คือ ระเบียบ กกต.ว่าด้วยวิธีการหาเสียงและลักษณะต้องห้ามในการหาเสียงเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทน ราษฎร พ.ศ.2561 หมวด 4 ลักษณะต้องห้ามในการหาเสียงเลือกตั้ง ข้อ 17 ห้ามผู้สมัคร พรรคการเมือง หรือผู้ใดนำสถาบันพระมหากษัตริย์มาเกี่ยวข้อง กับการหาเสียงเลือกตั้ง แต่ประเด็นที่ยังไม่ชัดเจนคือ ความผิดในเรื่องนี้ ต้องรับโทษถึงขั้นไหน
สำหรับพรรคไทยรักษาชาติ ไม่ใช่พรรคการเมืองใหม่ที่ตั้งขึ้นตามรัฐธรรมนูญและกฎหมายพรรคการเมืองฉบับปัจจุบัน แต่เป็นพรรคการเมืองที่ก่อตั้งขึ้น ตามกฎหมายพรรคการเมืองปี 50 เดิมชื่อ "พรรครัฐไทย" มีหัวหน้าและกรรมการบริหารพรรคเป็นบุคคลอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องกับชุดปัจจุบันต่อมาปี 53 พรรครัฐไทย เปลี่ยนชื่อเป็น พรรคไทยรวมพลัง และเคยส่งผู้สมัคร ส.ส.ในการเลือกตั้งปี 54 แต่ไม่ได้รับเลือกตั้งเลยแม้แต่คนเดียว