ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน ชาติชายพยุหนาวีชัย เปิดเผยว่า ผลการสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นเศรษฐกิจฐานราก (GSI) ประจำไตรมาส 4 ปี 2561จากกลุ่มตัวอย่างประชาชนที่มีรายได้ไม่เกิน 15,000 บาท ทั่วประเทศจำนวน 2,150 ตัวอย่าง พบว่า ดัชนี GSIไตรมาส 4 ปี 2561 อยู่ที่ระดับ45.9 ปรับตัวสูงขึ้นจากไตรมาสก่อนที่อยู่ระดับ 43.8 ที่ยังมุ่งให้ความช่วยเหลือกับประชาชนฐานรากอย่างต่อเนื่อง อาทิมาตรการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในช่วงปลายปีผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (500 บาท ได้รับครั้งเดียว) มาตรการบรรเทาภาระค่าไฟฟ้า ค่าน้ำประปาและค่าเช่าบ้าน ส่งผลให้มีกำลังซื้อเพิ่มขึ้น
สำหรับ GSI ในอนาคต อีก 6 เดือนข้างหน้าประชาชนฐานรากมีมุมมองที่ดีขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 49.6 เนื่องจากมีความคาดหวังจากความชัดเจนทางการเมืองในเรื่องการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นในปี 2562 นี้และนโยบายภาครัฐในการให้ความช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยอย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตามเมื่อพิจารณาองค์ประกอบดัชนีความเชื่อมั่นในด้านต่างๆ เทียบกับไตรมาสก่อน พบว่า ด้านการจับจ่ายใช้สอย การออม การหารายได้โอกาสในการหางานทำและภาวะเศรษฐกิจปรับตัวเพิ่มขึ้นมีเพียงความสามารถในการชำระหนี้สินที่ปรับลดลงเนื่องจากเศรษฐกิจโดยรวมฟื้นตัวจากการกระตุ้นของนโยบายภาครัฐประกอบกับปลายปีเป็นช่วงที่ต้องมีการจับจ่ายใช้สอยเพิ่มขึ้นสำหรับเทศกาลปีใหม่เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนพบว่าประชาชนฐานรากมีความเชื่อมั่นเพิ่มขึ้นในด้านการจับจ่ายใช้สอยความสามารถในการชำระหนี้ การหารายได้ ส่วนด้านการออม โอกาส ในการหางานทำและภาวะเศรษฐกิจปรับตัวลดลง
ทั้งนี้ ศูนย์วิจัยฯ คาดว่าดัชนีความเชื่อมั่นเศรษฐกิจฐานรากในไตรมาสหน้าจะมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากการขยายมาตรการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐไปอีก6 เดือนและผู้ถือบัตรยังสามารถเบิกเป็นเงินสดได้อย่างไรก็ตามยังมีปัจจัยลบจากราคาสินค้าเกษตรบางรายการยังอยู่ในระดับต่ำและภาวะเศรษฐกิจไทยโดยรวมที่อาจชะลอตัวตามภาวะเศรษฐกิจโลก