เริ่มกันที่พรรคเก่าแก่อย่างประชาธิปัตย์ ที่มาพร้อมสโลแกน "แก้จน สร้างคน สร้างชาติ" โดยพรรคเชื่อว่าถ้าประชาชนมีรายได้ดี เศรษฐกิจของประเทศก็จะเดินไปได้ต่อด้วยพรรคการเมืองยักษ์ใหญ่คู่แข่งประชาธิปัตย์อย่างพรรคเพื่อไทย นำเสนอวลีเด็ดหลากหลายข้อความ โดยมุ่งเน้นไปที่การปัญหาเศรษฐกิจและปากท้องของคนไทย พร้อมกับสรุปกลายๆ ว่าผู้มีอำนาจในปัจจุบันทำงานไม่ประสบความสำเร็จเช่น "พรรคเพื่อไทยจะไม่ปล่อยให้ประเทศไทยล้าหลัง... ล้มเหลว... ถดถอย... สิ้นหวัง.."
ขณะที่พรรคพลังประชารัฐ ใช้ "คีย์เวิร์ด" ใกล้เคียงกับนโยบายของรัฐบาล คสช.มาเดินหน้าขับเคลื่อนประเทศต่อไป เช่น "สังคมประชารัฐ ขจัดความขัดแย้ง" "ไม่แบ่งสี ไม่มีฝ่าย ประชาธิปไตยของทุกคน"อีกหนึ่งพรรคการเมืองที่สร้างสีสันให้กับการเลือกตั้งครั้งนี้ คือพรรคอนาคตใหม่ ได้นำเสนอชุดวาทกรรมของคนรุ่นใหม่ที่มองเห็นถึงปัญหาบ้านเมืองมาตลอดหลายปี ภายใต้การปกครองของรัฐบาล พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา จึงนำเสนอวลีเด็ดอย่าง "เราพร้อมแล้ว ได้เวลาคนรุ่นใหม่แก้ไขประเทศ" และ "พอหรือยัง5ปี รวยกระจุก จนกระจาย"
วาทกรรมบนป้ายหาเสียงของพรรคการเมือง อนุมานได้ว่ามีส่วนสัมพันธ์กับการสะท้อนเรื่องราวและปัญหาที่คนไทยส่วนใหญ่กำลังเผชิญอยู่ ซึ่งจะเห็นได้ว่าปัญหาเศรษฐกิจและปากท้องถูกพูดถึงมากที่สุด ยกเว้นพรรคพลังประชารัฐที่เลี่ยงไปพูดเรื่องปรองดอง และความขัดแย้งแบ่งสีแต่วลีเด็ดบนป้ายหาเสียงที่พรรคการเมืองสัญญาว่าจะเนรมิตให้กับประเทศไทย ดูจะยังไม่สามารถสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนคนไทยและชาวบ้านร้านตลาดได้แม้แต่กลุ่มรากหญ้าหาเช้ากินค่ำที่เผชิญกับปัญหาปากท้องมาเนิ่นนานก็ตาม