การแถลงนโยบายประจำปีต่อรัฐสภาหรือซึ่งเปรียบเหมือนการแสดงผลงานและกล่าวถึงนโยบายประจำปี ในครั้งนี้ ซึ่งเป็นครั้งที่ 2 ถูกเลื่อนมาจากวันที่ 29 มกราคม อันเป็นผล กระทบต่อเนื่องจากการปิดหน่วยงานรัฐบาลชั่วคราว หรือ government shutdown เป็นเวลา 35 วัน ที่ได้ชื่อว่ายาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์สหรัฐฯ
ทรัมป์เริ่มต้นถ้อยแถลงโดยมีรองประธานาธิบดีไมค์ เพนซ์ ซึ่งควบตำแหน่งประธานวุฒิสภากับแนนซี่ เพโลซี่ ประธานสภาผู้แทนราษฎร นั่งอยู่เบื้องหลังว่า "เราต้องไม่ยอมรับการเมืองแห่งการแก้แค้น การต่อต้านและการจองเวร และหันมายอมรับศักยภาพแห่งความร่วมมือที่ไร้ขอบเขต การประนีประนอมและผลประโยชน์ส่วนรวม"
ทรัมป์พยายามเรียกร้องความปรองดอง โดยบอกว่า "ในขณะที่เราเริ่มต้นสภาฯใหม่ ผมมายืนอยู่ที่นี่ ด้วยความพร้อมที่จะทำงานร่วมกับคุณเพื่อให้บรรลุความก้าวหน้าครั้งประวัติศาสตร์เพื่อชาวอเมริกันทั้งมวล พลเมืองหลายล้านคนของเรากำลังจับจ้องเราอยู่ตอนนี้ ที่รวมตัวกันอยู่ในห้องประชุมอันยิ่งใหญ่นี้ ด้วยความหวังว่าเราจะไม่เป็นแบ่งเป็นสองพรรค แต่เป็นชาติเดียวกัน วาระที่จะมีขึ้นไม่ใช่ของรีพับลีกันหรือเดโมแครต แต่เป็นวาระของชาวอเมริกัน"
เขายังเรียกร้องให้มีความร่วมมือกันในด้านจ้างงาน, การค้า, โครงสร้างพื้นฐาน,สุขภาพ, การเข้าเมืองและนโยบายต่างประเทศ ซึ่งประเด็นที่ไม่เหนือความคาดหมายคือการถอนทหารออจากซีเรีย และการเจรจาสันติภาพในอัฟกานิสถาน เพื่อนำไปสู่การถอนทหารออกจากสงครามที่ยาวนานที่สุดของสหรัฐฯ