ส่วน ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ จะไม่มีการเลือก หรือให้ประชาชนกาบัตรเลือกตั้ง แต่จะคำนวณเป็นสัดส่วนจากคะแนนที่แต่ละพรรคได้จากการเลือกตั้งระบบแบ่งเขต
โดยขั้นตอนการลงคะแนน ประชาชนสามารถกากบาทเลือกบุคคลที่ชื่นชอบ เพื่อเป็น ส.ส.แบบแบ่งเขตได้เท่านั้น ไม่มีสิทธิ์กากบาทเลือกพรรคการเมืองที่ "ใช่" ผ่านระบบบัญชีรายชื่อ และคะแนนที่เลือกในระบบแบ่งเขตของแต่ละพรรคการเมือง จะถูกนำไปคำนวณจำนวนที่นั่ง ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อของพรรคนั้นๆ ซึ่งจะส่งผลไปถึงการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีในสภาด้วย เพราะพรรคการเมืองเป็นผู้เสนอชื่อว่าที่นายกรัฐมนตรีในบัญชีของแต่ละพรรคไม่เกิน 3 ชื่อ
สรุปว่าการกากบาท 1 ครั้ง กาเบอร์เดียว แต่จะได้กลับมา 3 อย่าง คือ ส.ส.เขต , ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ และนายกรัฐมนตรี
วิธีการลงคะแนน เริ่มที่การพกบัตรประชาชนไปยังหน่วยเลือกตั้งใกล้บ้าน จากนั้นก็ตรวจลำดับของตนเองในบัญชีรายชื่อที่ปิดประกาศไว้ที่หน้าหน่วย เมื่อพบแล้วก็ยื่นบัตรประชาชน หรือบัตรหลักฐานอื่นของทางราชการ พร้อมลงลายมือชื่อกับเจ้าหน้าที่ประจำหน่วย หรือพิมพ์ลายนิ้วหัวแม่มือก็ได้ พร้อมรับบัตรเลือกตั้งไปลงคะแนน
ต่อจากนั้นก็เดินเข้าคูหา กากบาทในช่องสี่เหลี่ยมตรงชื่อพรรคที่เราอยากเลือก โดยกาหมายเลขผู้สมัครที่จับสลากได้เพียงหมายเลขเดียวเท่านั้น จากนั้นก็พับบัตรเลือกตั้งให้เรียบร้อย แล้วหย่อนลงในหีบบัตรเลือกตั้งด้วยตนเอง โดยการเลือกตั้งครั้งนี้ประชาชนสามารถใช้สิทธิ์ได้ตั้งแต่เวลา 8 โมงเช้า ถึง 5 โมงเย็น
นอกจากออกจากบ้านไปลงคะแนนในวันเลือกตั้ง 24 มีนาคมแล้ว กกต.ยังอำนวยความสะดวกสำหรับคนที่ไม่ว่างในวันนั้น หรือผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งที่มีถิ่นที่อยู่นอกเขตเลือกตั้งของตน นั่นก็คือการลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้าทั้งในและนอกเขตเลือกตั้ง โดยสามารถยื่นคำขอลงละเบียนต่อนายทะเบียนอำเภอ หรือนายทะเบียนท้องถิ่นในเขตเลือกตั้งที่มีสิทธิ์ หรือเขตเลือกตั้งที่ประสงค์ขอลงคะแนน พร้อมสำเนาบัตรประชาชน หรือสำเนาบัตรที่มีรูปถ่ายและหมายเลขประจำตัวประชาชน ผ่านการยื่น 3 แบบ คือ ยื่นด้วยตนเอง หรือมอบหมายผู้อื่นยื่นแทน ยื่นทางไปรษณีย์ และยื่นทางอินเทอร์เน็ต จากนั้นในวันอาทิตย์ที่ 17 มีนาคม เวลา 8 โมงเช้าถึง 5 โมงเย็น ก็สามารถนำบัตรประชาชนไปใช้สิทธิเลือกตั้งได้ทันที
นี่คือขั้นตอนและวิธีการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นใน พ.ศ.นี้ หลังจากคนไทยห่างหายจากบรรยากาศการเข้าคู่หาลงคะแนนมานานถึง 7 ปี