รมต.คลัง อภิศักดิ์ตันติวรวงศ์ บอกว่า ค่าเงินบาทที่ยังคงแข็งค่าในปีนี้ ทางธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) ต้องเป็นคนดูแล ซึ่งจะการตอบว่าระดับใดเหมาะสมนั้น ก็ต้องให้ ธปท. ตอบเพราะกระทรวงการคลังไม่มีข้อมูลมากพอ ทั้งนี้ค่าเงินบาทแข็งค่ามีทั้งผลดีและผลเสียถ้าอยู่ในช่วงที่ประเทศต้องลงทุนบาทแข็งก็จะดี เพราะต้นทุนจะถูก ส่วนผลเสีย คือจะกระทบการส่งออก โดยเฉพาะการส่งออกพืชผลเกษตรและผลิตภัณฑ์ที่ใช้วัตถุดิบในประเทศเป็นหลักซึ่งจะส่งผลกระทบมาถึงคนยากไร้ส่วนหนึ่ง ดังนั้นต้องชั่งน้ำหนักให้ดี
ดังนั้นค่าเงินบาทต้องไม่แกว่งมากหรือผันผวนน้อยถ้าเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว ธปท. จะต้องออกมาแทรกแซงเพื่อไม่ให้เปลี่ยนแปลงเร็วเกินไปขณะเดียวกันก็ต้องพยายามรักษาไม่ให้ค่าเงินบาทแข็งค่ากว่าคู่แข่งควรอยู่ในระดับเดียวกัน ไม่ควรนำโด่ง เพราะจะทำให้เราเสียเปรียบในหลาย ๆ เรื่อง
ส่วนโครงการเกื้อกูลผู้สูงวัยสังคมไทยน่าอยู่ ก็ได้ร่วมกับสมาคมธนาคารไทย และสภาสถาบันการเงินของรัฐเชิญชวนผู้สูงอายุที่รับเบี้ยยังชีพอยู่ในปัจจุบัน และมีฐานะทางการเงินมั่นคงมาบริจาคเบี้ยยังชีพที่ได้รับเพื่อนำไปจ่ายเป็นเงินช่วยเหลือผู้สูงอายุที่มีรายได้น้อยปัจจุบันมีผู้สูงอายุในประเทศไทย 11 ล้านคน มีผู้รับเบี้ยผู้สูงอายุ 9 ล้านคน ไม่รับเบี้ยผู้สูงอายุ 2 ล้านคน ซึ่งในจำนวน 9ล้านคนที่รับเบี้ยผู้สูงอายุมี 4.6 ล้านคนที่มีรายได้ต่ำกว่า100,000 บาทต่อปี นอกจากนี้ 2 ล้านคนไม่มีที่อยู่อาศัยและ 1 ล้านคนยังเป็นหนี้ในระบบและหนี้นอกระบบ ถ้ามีผู้บริจาคเยอะผู้สูงอายุที่มีรายได้น้อยจะได้รับเงินเพิ่มขึ้นจากเดือนละ 600 บาท เป็น 1,000 บาท จะทำให้ชีวิตดีขึ้นกว่าเดิมอย่างแน่นอน
ซึ่งกระทรวงได้ให้ธนาคารช่วยในการประชาสัมพันธ์เป็นช่องทางในการรับแจ้งบริจาค เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ที่ประสงค์จะบริจาคซึ่งผู้ที่แจ้งบริจาคเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ - 31 มีนาคม 2562 จะได้รับใบประกาศเกียรติคุณจากนายกรัฐมนตรีพร้อมทั้งเหรียญพระคลังเชิดชูเกียรติ และสิทธิลดหย่อนภาษีด้วย