ที่ปรึกษาเลขาธิการคณะกรรมการ นโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก บอกว่าเรื่องเร่งด่วนอีกเรื่องใน EEC คือการเตรียมบุคคลากรจำนวน 5 หมื่นคน เพื่อรองรับ 10 อุตสาหกรรมใหม่ ซึ่งจะทำให้คนในพื้นที่ได้ประโยชน์ มีงานทำ ไปติดตามจากรายงานคุณวชิรวิทย์ เลิศบำรุงชัย

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

การพัฒนาท่าอากาศยาน นานาชาติอู่ตะเภาเป็น 1 ใน 5 โครงสร้างพื้นฐานสำคัญ ของเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ eec ที่มีความคืบหน้ามากที่สุด มีการเปิดทดลองใช้ และมีนักท่องเที่ยวมาใช้บริการปีที่ผ่านมาจำนวนเกือบ 2 ล้านคน ขณะที่ศักยภาพการรองรับ ของอาคารผู้โดยสาร หลังที่ 2 รับได้ถึง 3 ล้านคนแต่เมื่อก่อสร้าง เสร็จสมบูรณ์ในอีก 5 ปีข้างหน้า ท่าอากาศยานนานาชาติอู่ตะเภา แห่งนี้ จะสามารถรองรับผู้โดยสาร ได้มากถึง 15 ล้านคนต่อปี และขยายไปถึง 30 ล้านคนต่อปีตามลำดับ พร้อมกับการขยายตัว ของเมืองการบินและมหานครการบินภาคตะวันออกที่ปรึกษา เลขาธิการคณะกรรมการ นโยบาย เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก บอกถึงการเตรียมบุคลากร ในการรองรับ 10 อุตสาหกรรมเป้าหมายใหม่ว่าเตรียมดึงนักศึกษาในพื้นที่ จำนวน 50,000 คน จาก 14 อาชีวศึกษา ฝึกทักษะ รองรับให้ทันในอีก 5 ปีข้างหน้า และมีมหาวิทยาลัยบูรพา เป็นศูนย์กลางการพัฒนาบุคลากร โดยแบ่งให้มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตศรีราชา ดูแลบุคลากรด้านพาณิชย์นาวี มหาวิทยาลัยบูรพา ดูแลบุคคลากรระบบราง และมหาวิทยาลัยศรีปทุมดูแลบุคลากรระบบดิจิตอล ส่วนอุตสาหกรรมอื่นๆสถาบันอาชีวะจะเป็นกลไกหลักในการเตรียมบุคลากรด้านกรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์ แห่งประเทศไทย ประเมินศักยภาพของ eec แล้วพบว่า บริษัทที่ทำธุรกิจในแถบนี้ จะได้รับประโยชน์ไปเต็มๆเนื่องจากมีโครงสร้างพื้นฐานที่ครบวงจร ส่วนในอนาคตก็จะเกิดอุตสาหกรรมใหม่ ซึ่งก็จะเป็นจุดเชื่อม clmv และมั่นใจว่า จะเกิดการระดมทุนจากภาคอุตสาหกรรมเก่า เพื่อมาสนับสนุนอุตสาหกรรมใหม่ และจะต้องใช้เงินทุน มาลงทุนในภูมิภาคจำนวนมากส่วน รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานผู้ออกหลักทรัพย์ บอกว่า เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกจะเสร็จสมบูรณ์ ในอีก 5 ปีข้างหน้าแต่ ความคาดหวังของนักลงทุนมีไปล่วงหน้าแล้ว สร้างความเชื่อมั่นว่า EEC จะเป็นอีกกลไกหนึ่งที่จะพัฒนาประเทศให้เติบโตได้ตลาดหลักทรัพย์ฯ เล็งเปิดตลาดสินค้าโภคภัณฑ์อีอีซีทั้งนี้ตลาดหลักทรัพย์ มีความสนใจว่าในอนาคตอาจจะใช้พื้นที่ EEC ทำธุรกิจใหม่เช่น Free Trade Zone ตัวอย่างการซื้อขายทองคำหรือการนำ community Product เช่นยาง ข้าว มันสำปะหลัง ในอนาคตมีศักยภาพที่จะสร้าง เป็นคลังเก็บสินค้า หรือว่า ศูนย์รวมการขนส่งได้ในคราวเดียว แต่ก็ต้องประเมินถึง การจ่ายภาษีและโครงสร้างทางธุรกิจด้วย