แม่ช่อลัดดายืนยัน เงินบริจาคล้านบาทยังไม่ได้ใช้ เหตุบัญชีอยู่กับหลานและต้องมีน้องเตเต้เซ็นเบิก ส่วนเงินพม.ได้นำมาใช้จ่ายในครอบครัวบ้าง ในขณะที่นายอัจฉริยะไม่เคยมาขอเงินหรือนำเอาเงินไปใช้ในการวิ่งเต้นคดีแต่อย่างใด กำหนดทำบุญ 100 วันให้ช่อลัดดาวันที่ 9 ก.พ.นี้

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

จากกรณีที่มีกระแสข่าวว่า เงินบริจาคในบัญชีช่วยเหลือ ด.ญ.เตชินี โฆสิตานนท์ หรือน้องเตเต้ อายุ 12 ปี ลูกสาว น.ส.ช่อลัดดา ทาระวัน หญิงเหยื่อสามี สาดน้ำกรด และเสียชีวิตในเวลาต่อมาหลังจากการปฏิเสธการรักษาของ รพ.พระราม 2 โดยชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม เข้ามาช่วยเหลือทางคดีให้ได้รับความเป็นธรรม และเปิดบัญชีรับบริจาคเงินเพื่อเป็นทุนการศึกษา น้องเตเต้ ได้เงินบริจาครวมทั้งสิ้น 1,040,000 บาทตามที่เสนอข่าวแล้วนั้น
นอกจากนั้นเมื่อวันที่ 4 ธ.ค.ที่ผ่านมา ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงษ์ พร้อมด้วย นางทองอาจ ทาระวัน อายุ 59 ปี แม่น.ส.ช่อลัดดา และน้องเตเต้ เข้าพบและขอบคุณอธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ และคณะที่ให้ความเป็นธรรมกับครอบครัว น.ส.ช่อลัดดา จนได้รับความเป็นธรรม และดำเนินคดีกับโรงพยาบาลเพื่อให้ได้มาตรฐานการรักษา และถือโอกาสเป็นสักขีพยานมอบสมุดบัญชีเงินฝาก จำนวนเงิน 1,040,000 บาทให้น้องเตเต้ ด้วย สำหรับบัญชีดังกล่าว ใช้ชื่อ นงลักษณ์ สนิทเชื้อ พี่สาวน.ส.ช่อลัดดา และน้องเตเต้ เป็นผู้ลงนามเบิกร่วมกัน แต่กลับมีข่าวดราม่าว่าเงินบริจาคถูกนำไปใช้หมดแล้วและมีการเอาเงินบางส่วนไปจ่ายให้กับนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงษ์ ในการสู้คดีกับโรงพยาบาลพระราม 2 อีกด้วยนั้น
ล่าสุดเมื่อวันที่ 31 มกราคม 2562 ผู้สื่อข่าว ได้เดินทางไปที่บ้านเลขที่ 10 หมู่ 9 บ้านแสงอรุณ ต.โนนทอง อ.แวงใหญ่ จ.ขอนแก่น เพื่อสอบถามนางทองอาจ ทาระวัน อายุ 59 ปี ซึ่งเป็นแม่ของน.ส.ช่อลัดดา ทาระวัน เหยื่อน้ำกรดสาดและเป็นยายของน้องเตเต้ โดยพบว่านางทองอาจ กำลังอยู่บ้านเลี้ยงเหลนวัย 2 ปี คือน้องก้อย ส่วนน้องเตเต้ ซึ่งเป็นหลานสาววัย 12 ปี ไปโรงเรียนอยู่และมีเหลนอีกคนที่นางทองอาจต้องดูแลคือน้องแก้มวัย 4 ปีอีกคนหนึ่งด้วย
โดยเบื้องต้นนางทองอาจ กล่าวถึงเงินบริจาค 1.4 ล้านบาทว่า ตนไม่รู้เรื่องเงินบริจาคเพราะเงินอยู่ในบัญชีที่มีเพียงนางนงลักษณ์ และน้องเตเต้ลงนามร่วมกันในการเบิกจ่าย แต่เบื้องต้นเงินนั้นยังไม่ได้นำมาใช้จ่ายอะไร และคาดว่าน่าจะอยู่กับนางนงลักษณ์เพราะน้องเตเต้ก็ไม่เคยไปเซ็นเพื่อเบิกเงินแต่อย่างใด ส่วนเงินอื่น ๆ ทั้งเงินของกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ที่มอบให้ 5.9 แสนบาทอยู่ในบัญชีของตนกับน้องเตเต้ ซึ่งตนก็เอามาใช้จ่ายในครอบครัว เป็นเงินใช้รายวัน รายเดือน เนื่องจากตนไม่ได้ทำอาชีพอะไรและต้องดูแลทั้งเหลนและหลานด้วย
นอกจากนั้นหลังจากจัดงานศพน.ส.ช่อลัดดา แม่ของน้องเตเต้ก็มีหนี้สินติดพันเรื่องค่าใช้จ่ายอยู่บ้างเป็นเงินประมาณ 7-8 พันบาทแต่ได้ไปจ่ายหนี้หมดแล้ว ทุกวันนี้ก็อยู่แบบพอเพียงและมีเพื่อนบ้านช่วยดูแล โดยมีพี่สาวบ้านอยู่ติดกันคอยส่งน้ำส่งข้าวช่วยเหลือเรื่องอาหารการกิน เพราะอยู่แบบพอเพียงไม่ได้ฟุ่มเฟือยอะไร
"เรื่องนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงษ์ ที่ให้การช่วยเหลือครอบครัวเราและเป็นตัวแทนในการฟ้องร้องโรงพยาบาลเราก็ได้มอบหมายให้เขาจัดการให้ และไม่ได้ติดตามข่าวคราวอะไร ส่วนเรื่องการมาเอาเงินเพื่อไปใช้จ่ายในการทำคดีนั้น ไม่เคยมีการมาขอเงินหรือเอาเงินแต่อย่างใด เพราะตั้งแต่วันที่ 4 ธ.ค.ที่ผ่านมาก็ยังไม่เคยเจอนายอัจฉริยะอีกเลย เพราะแม่กลับมาอยู่บ้านเพื่อดูแลเหลนและหลานไม่ได้ไปยุ่งเกี่ยวอะไรเลย ปล่อยให้หน้าที่เป็นของนายอัจฉริยะช่วยดูแลให้"นางทองอาจ กล่าว
และว่า ตอนนี้สิ่งที่ห่วงคือชีวิตของน้องเตเต้ เพราะเตเต้ร้องไห้คิดถึงแม่ตลอด และที่ผ่านมาก็ต้องไปหาจิตแพทย์เพราะน้องเครียด ซึมเศร้า ร้องไห้คิดถึงแม่ เพราะตลอดชีวิตเขาอยู่กับแม่มาตลอด แม่เลี้ยงดูดีมาก พอมาอยู่กับยายก็อาจจะไม่ได้เป็นแบบที่แม่ดูแลทำให้เขาคิดถึงแม่ เวลาเขาเปิดเฟซบุ๊คไปเจอตอนที่แม่คุยกับเขา แม่พูดกับเขา ทำให้เขาคิดถึงและร้องไห้ ตอนนี้ต้องดูแลน้องเตเต้ให้ดี เสียดายและเสียใจที่เขาฝันอยากจะเป็นนักร้องเป็นดาราแต่พอไม่มีแม่แล้วการจะเป็นแบบนั้นก็ลำบากเพราะไม่มีแม่คอยหนุนเสริม ยายเองก็อยู่บ้านนอกคงจะพาเขาไปทำดังฝันยากเหมือนกัน
"อีกเดือนเดียวน้องเตเต้ก็จะจบป.6 และต้องขึ้นม.1 ตั้งใจว่าจะให้น้องไปเรียนโรงเรียนในอำเภอพล จังหวัดขอนแก่นเพราะอยู่ใกล้บ้านและมีรถรับส่ง เงินบริจาคคงได้เอามาช่วยเหลือเรื่องการเรียนของน้อง เพราะตามที่ตกลงกัน เงินบริจาค 1 ล้านบาทจะเอามาให้น้องใช้จ่ายเดือนละ 7 พันบาท โดย 5 พันบาทเป็นเงินใช้จ่ายในครอบครัว ส่วนอีก 2 พันบาทเป็นค่าเรียนพิเศษของน้อง ซึ่งตอนนี้ยังไม่ได้เอาไปใช้เพราะน้องยังเรียนในหมู่บ้านอยู่"นางทองอาจ บอก
เธอยังบอกบุญอีกว่า ในวันที่ 9 กุมภาพันธ์นี้ จะทำบุญครบ 100 วันให้น.ส.ช่อลัดดา โดยตั้งใจจะทำบุญที่บ้านและทำโรงทานให้ โดยจะทำขนมจีน ข้าวหม้อ แกงหม้อ เพื่อระลึกถึงลูกสาว หากใครอยากจะร่วมบุญ ทำบุญด้วยก็ยินดี.