"นายกฯ" พล.อ.ประยุทธ์ ฟังข้อเสนอ "ตัวแทนเกษตรกร" ระบุพบกันวันนี้ดีกว่าพบกันนอกรั้ว "ทำเนียบฯ" แขวะ คนพร้อมไปอยู่ชายแดน แค่ไม่มีรบหรือมีอย่างอื่นเพียบ!

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

31 มกราคม 2562 - พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) เป็นประธานในการรับมอบสมุดปกขาวนโยบายเศรษฐกิจฐานรากสู่แนวทางการปฏิบัติ
โดยรับฟังข้อเสนอจากตัวแทนกลุ่มบริหารจัดการน้ำชุมชน ตัวแทนเกษตรกรสภาเกษตรแห่งชาติ เกษตรกรรุ่นใหม่ กลุ่มวิสาหกิจชุมชนรายย่อย และนักวิชาการ พร้อมเป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ โดยมี พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายลักษณ์ วจนานวัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมงาน จัดโดยกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ "นโยบายรัฐบาลในการยกระดับเศรษฐกิจฐานรากของประเทศไทย" ตอนหนึ่งว่า ปัญหาวันนี้คือมีแหล่งเก็บกักน้ำไม่เพียงพอ และไม่สามารถทำได้เพิ่ม ไม่ว่าจะเป็นการสร้างเขื่อน อ่างเก็บน้ำหรือแก้มลิง เพราะมีอุปสรรคหลายอย่าง โดยเฉพาะการเป็นพื้นที่เอกชนและพื้นที่ป่า และมักมีคนออกมาต่อต้าน ซึ่งเป็นใครก็รู้ ๆ กันอยู่ คนต่อต้านส่วนใหญ่ก็อยู่นอกพื้นที่ทั้งนั้น ถ้าทุกคนไม่ยอมร่วมมือหรือเสียสละ ก็จะบริหารจัดการน้ำไม่ได้ จึงอยากให้เกษตรกรเข้าใจด้วย
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ถ้าทุกคนมุ่งหวังทำการเกษตรเพื่อให้ได้ราคาสูงสุด ยืนยันว่าไม่มีทางเกิดขึ้นได้ในสมัยนี้ เพราะทั่วโลกได้กำหนดกรอบในการซื้อสินค้าการเกษตรไว้หมดแล้ว ไม่ใช่แค่ว่าข้าวไทยดี หอม มีคุณภาพ แล้วต่างประเทศจะต้องซื้อ ไม่มีทาง บางประเทศซื้อเฉพาะข้าวคุณภาพปานกลาง เราไม่สามารถบังคับให้คนกินข้าวแพงได้ ถ้าเราไม่คิดไว้ ปัญหาก็จะย้อนกลับมาที่คนไทย ที่ไม่สามารถกินข้าวราคาสูงได้ จึงจำเป็นต้องร่วมกันคิดอย่างเป็นระบบ ปัญหาในทุกวันนี้เราจะโทษใครไม่ได้ เพราะมันสะสมมานาน จึงต้องเริ่มแก้ไขตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า การมาพบปะกันในวันนี้ ดีกว่าการไปอยู่นอกรั้ว เพราะถือว่าเราให้เกียรติซึ่งกันและกัน การยืนนอกรั้วจะต้องไปเกิดขึ้นอีก ไม่ว่าจะเป็นปัญหาการเกษตร น้ำ มิเช่นนั้นจะไม่เป็นเรื่องการเมืองทันที กลายเป็นสาเหตุที่จะทำให้รัฐบาลที่จะเข้ามานั้น อยู่ได้หรือไม่ได้ การเมืองไม่ทำให้ทุกอย่างแก้ไขปัญหาได้ จึงอยู่ที่ทุกคนต้องร่วมมือกัน หากไม่สบายใจก็สามารถร้องเรียนได้ที่ศูนย์ดำรงธรรม ทั้งนี้ยอมรับว่าไม่สบายใจที่ชาวบ้านยังไม่รู้ข้อมูลต่างๆ ซึ่งผู้ว่าฯและนายอำเภอ จะต้องสร้างความเข้าใจให้ได้มากที่สุด เพราะสิ่งที่รัฐบาลทำหลายอย่างนั้นประชาชนไม่รู้ กลายเป็นปัญหาของประเทศ จากนั้นมีคนนำไปบิดเบือน กลายเป็นว่ารัฐบาลนี้ไม่ทำอะไรเลย เป็นปัญหาสำคัญทำให้รัฐบาลทำงานไม่ได้
"อย่าไปฟังคนที่ออกมาพูดว่าจะทำให้ทุกอย่างให้ดีขึ้นอย่างนั้นอย่างนี้ เพราะ 4 ปีที่คนเหล่านี้อยู่เป็นรัฐบาล ก็ทำอะไรได้ไม่ครบถ้วนเหมือนกัน แต่รัฐบาลนี้ทำมากกว่าเดิม 4 เท่าของ 10 ปีที่ผ่านมา แต่บางอย่างยังไม่ถึงมือชาวบ้าน จึงต้องไปดูอุปสรรค ว่าอยู่ตรงไหนแล้วค่อยแก้ไข ที่รัฐบาลลงทุนไปนั้น มีประโยชน์ทั้งสิ้น แต่อาจจะเป็นประโยชน์ที่มีตัวตนและไม่มีตัวตน บางครั้งจับต้องได้และจับต้องไม่ได้ ซึ่งบางคนไม่เข้าใจถึงเรื่องประโยชน์ที่ไม่มีตัวตน แม้แต่อำนาจการรบของเรา มันเป็นเรื่องของขวัญกำลังใจของเจ้าหน้าที่ นี่คือประโยชน์แบบไม่มีตัวตน แต่ทำให้ทุกอย่างแข็งแรง อุปกรณ์ของทหาร อำนาจการรบ เป็นผลประโยชน์ที่มีตัวตน เป็นศักยภาพ ดูแลประเทศ เป็นศักดิ์ศรี เกียรติยศ ให้เกิดความร่วมมือในภูมิภาค ซึ่งทุกประเทศทำเช่นนี้ มันจะตามมาด้วยการลงทุน ระบบเศรษฐกิจ ดูแลประชาชนในประเทศให้สงบสุข"
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า หลายคนพูดว่าตนอยากให้ไปอยู่ชายแดน โดยบอกพร้อมไปอยู่กับตน 2 คน เพราะชายแดนสงบไม่มีสู้รบ แต่ถามว่ามีแค่นั้นหรือ ปัญหาคือเรื่องรบอย่างเดียวหรือ เพราะยังมีเรื่อง อาชญากรรมข้ามชาติ การลักลอบค้ามนุษย์ ยาเสพติด ซึ่งการแก้ไขปัญหาต้องทำในหลาย ๆ ส่วน ปัญหามีมากมาย รวมถึงการดูแลโรคภัยไข้เจ็บ แต่เพราะการเมือง จึงเข้าใจผิดกันไปหมด ทุกอย่างไม่ได้เป็นปัญหาทางการเมือง แต่เป็นปัญหาทางการปฎิบัติทั้งสิ้น