"อุตตม สาวนายน" หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ เปิดใจในรายการ "คม ชัด ลึก" เนชั่นทีวี ถึงเป้าหมายบนสนามการเมือง หลังลาออกจาก รมว.อุตสาหกรรม พร้อมกับ สุวิทย์ เมษินทรีย์ รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ในฐานะรองหัวหน้าพรรค, สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พาณิชย์ ในฐานะเลขาธิการพรรค และ กอบศักดิ์ ภูตระกูล รมต.ประจําสํานักนายกรัฐมนตรี ในฐานะโฆษกพรรค เพื่อทำงานการเมืองเต็มตัวกับพรรคพลังประชารัฐ

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

"วันนี้ผมเหลือแค่ตำแหน่งหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐหลังลาออกจาก รมว.อุตสาหกรรม พร้อมกับสามรัฐมนตรีที่เป็นแกนนำพรรค ผมเกิดเป็นคนไทยที่หวังเห็นบ้านเมืองดี ก่อนเข้ามาทำงานการเมือง ผมเคยเป็นอาจารย์ ทำงานธนาคาร แล้วมาช่วยงานด้านนโยบายพรรคไทยรักไทย และผู้ช่วยรัฐมนตรีจากการทาบทามของ "สมคิด จาตุศรีพิทักษ์" ในตอนนั้นนโยบายของพรรคนั้น มีข้อดีและข้อเสียทั้งสองส่วน จากนั้นไปบริหารมหาวิทยาลัยและเมื่อสามถึงสี่ปีที่แล้ว "สมคิด" ที่ผมนับถือเป็นอาจารย์ก็มาชวนผมให้มาช่วยงานการเมืองในช่วงที่ผ่านมา"
"ช่วงรอยต่อการเป็นอาจารย์แล้วมาทำงานธนาคาร ช่วงนั้นเริ่มเกิดวิกฤติต้มยำกุ้ง ผมเห็นคนไทยลำบากในวันนั้น และวันนี้ก็อยากจะทำให้คนไทยไม่กลับไปยังจุดนั้นอีก ผมลงพื้นที่ต่างจังหวัดบ่อยมากในช่วงนั้น รวมทั้งช่วงที่ทำงานในรัฐบาล แม้บางคนบอกว่าผมไม่ได้เกิดที่ท้องไร่ท้องนาจะรับรู้ปัญหาชาวบ้านอย่างไร แม้ผมเลือกเกิดไม่ได้แต่การทำงานที่ผมทำนั้นมันก็บอกให้ผมรับรู้ได้ และมันคือข้อมูลที่ผมมีและนำมารวมกับคนอื่นๆในพรรคจนเกิดเป็นนโยบายพรรค"
เหตุที่ตัดสินใจมาร่วมงานกับพรรคนี้คืออะไร?
การที่มาร่วมงานที่พรรคนี้ร่วมกับอดีตสามรัฐมนตรีรวมทั้งคนอื่นๆ เพราะมองว่าเมืองไทยถึงจุดเปลี่ยนที่สำคัญแล้ว พวกเราอาสาพาไปยังจุดเปลี่ยนนั้นไม่กลับไปสู่ที่เดิม พวกเรามากันหลายสายแต่เห็นร่วมกันว่าพรรคและบุคลากรที่นี่มีความพร้อม ตัวผมนั้นถือว่าเป็นสตาร์ทอัพการเมืองที่ลงสนามเต็มตัวครั้งแรก แต่ก็มาร่วมกันด้วยอุดมการณ์ให้เมืองไทยและคนไทยมีชีวิตที่ดีขึ้น มีความสุข มีความหวัง
หากถามว่าพรรคพลังประชารัฐนั้น ชื่อนี้มีที่มาอย่างไร ขอบอกว่า พลังคือ การรวมของทุกฝ่าย ประชาคือประชาชน รัฐคือรัฐบาล เมื่อประชาชนและรัฐบาลมารวมกันมันก็เกิดพลังร่วมสร้างประโยชน์ให้ประเทศ ยืนยันว่าชื่อพรรคนี้ไม่ได้นำนโยบายประชารัฐของรัฐบาลนี้มาตั้งชื่อ หากถามว่านโยบายดีๆ ของรัฐบาลนั้น สิ่งที่เหมาะสมเราทำต่อและทำให้ดีขึ้น พรรคสานต่อสิ่งที่เหมาะสมและทำให้ดีขึ้น รวมทั้งยังมีของใหม่ๆ อีกเยอะที่จะทยอยเปิดต่อสังคม พรรคเพิ่งตั้งมา นโยบายที่รัฐบาลทำอยู่เป็นนโยบายของพรรคพลังประชารัฐและเป็นผลงานของพรรคที่ส่งให้รัฐบาลทำนั้น หากบอกไปแบบนี้ใครจะเชื่อ
ตอนนั้นผมยังอยู่ร่วมใน ครม. นโยบายใดที่มีก็ต้องปฏิบัติ แต่เมื่อก้าวเข้าสู่การเมือง พรรคต้องตอบโจทย์เพื่อรับใช้สังคมด้วยบุคลากรและนโยบายพรรค พรรคใดจะนำนโยบายรัฐบาลไปใช้ก็ได้เพราะมันเกิดประโยชน์กับประชาชน มันเป็นมิติใหม่ทางการเมือง อย่าไปคิดว่า นโยบายนี้ไม่ใช่ของพรรคตัวเอง ไม่ใช่ มันเล่นการเมืองมากไปแบบนี้
บางคนถามว่าความดีของคนสิ้นสุดลงเมื่อลงเล่นการเมืองนั้นจริงหรือไม่?
สิ่งที่ถามมานั้น ผมมองว่าไม่จริง คนที่ทำงานการเมืองนั้นทำสิ่งดีๆ และรักษาไว้ได้ เมื่อผมมาร่วมงานที่พรรคนี้ บางคนมองว่าผมมาที่นี่เพราะใบสั่ง ยืนยันไม่มีใครสั่งผมในเรื่องนี้ การที่ผมจะทำตามคำสั่งนั้นต้องอยู่ในตำแหน่งผู้ใต้บังคับบัญชา เช่น ช่วงที่เป็นรัฐมนตรี แต่วันนี้หากใครมาสั่ง มันอยู่ที่ว่าผมจะฟังและจะทำหรือไม่
"ยืนยันว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. หรือใครคนอื่นๆ ไม่ได้สั่งให้ผมมารับหน้าที่หัวหน้าพรรค" 
พรรคจะเป็นพรรคเฉพาะกิจทางการเมืองหลังการยึดอำนาจ เช่น สามัคคีธรรมหรือเพื่อแผ่นดินหรือไม่?
ขอเรียนว่าพันธกิจของพรรคไม่ใกล้เคียงสองพรรคข้างต้นเลย และจะพิสูจน์ว่าวันที่ประชาชนตัดสินนั้น จะเป็นสิ่งที่บ่งบอกว่าพรรคเราสืบทอดอำนาจหรือไม่
หากถามว่าสามแคนดิเดตนายกฯ ที่พรรคจะเสนอต่อสังคมนั้น วันนี้พรรคกำลังดำเนินการและไม่ช้าไม่นานจะแจ้งต่อสังคม ยังบอกไม่ได้ว่าตัวผมจะมีชื่อในบัญชีนั้นหรือไม่เลย เพราะตอนนี้สมาชิกพรรคกำลังระดมความเห็นในเรื่องนี้อยู่ รวมทั้งที่คาดว่าจะมีชื่อของ พล.อ.ประยุทธ์ ด้วยเช่นกัน ส่วนที่แกนนำพรรค เช่น สมศักดิ์ เทพสุทิน บอกสังคมไปว่า หากพรรคไม่มีชื่อ พล.อ.ประยุทธ์นั้นน่าจะเหนื่อย ตรงนี้ต้องชื่นชมความเห็นนายสมศักดิ์ที่พูดตรงๆ เพราะทราบว่านายสมศักดิ์ชื่นชม พล.อ.ประยุทธ์ แต่ก็ต้องรอฟังความเห็นคนในพรรคด้วย
ย้ำว่า "พรรคนี้ไม่ใช่พรรคเฉพาะกิจ ประชาชนเห็นจุดกำเนิดของพรรคแล้วเมื่อหลายเดือนก่อน ไม่มีใครชี้นำพรรคนี้ เพราะเป็นพรรคของประชาชนและเป็นสถาบันการเมือง ไม่ใช่ตั้งพรรคมารองรับใคร"
บางพรรคหาเสียงว่าอยู่กับพรรคนี้กระเป๋าตุง เลือกลุงและพรรคนั้นกระเป๋าแฟบ?
ขอถามว่ากระเป๋าตุงที่บางพรรคบอกนั้น มันตุงนานและกลวงข้างในหรือไม่ หรือกระเป๋าคนอื่นตุงกันแน่ขอเรียนว่าสิ่งที่บางพรรคพูดนั้นไม่จริง วันนี้เศรษฐกิจไทยดีขึ้น เราปรับโครงสร้างเศรษฐกิจทั้งระบบ รวมทั้งสินค้าส่งออกสำคัญของประเทศคือสินค้าเกษตร ที่มีเกษตรกรสามสิบล้านคนรอ ความผันผวนราคาสินค้าเกษตรในตลาดโลกนั้นมีมาตลอด จนเกษตรกรบางคนกระเป๋าตุง กระเป๋าแฟบตามตลาดโลก และคำคำนี้บางพรรคใช้สื่อความกับผู้มีรายได้น้อย รวมทั้งเกษตรกรที่พวกเขาเชื่อว่าเป็นฐานเสียง ยืนยันว่าที่ผ่านมาเราแก้ปัญหาให้แก่คนเหล่านี้แล้วและทำแบบยั่งยืน เราทำให้มีการต่อยอดสินค้าเกษตรไม่ให้เป็นสินค้าต้นทางอีกต่อไป เราจะใช้ระบบไอทีและการตลาดสร้างสิ่งใหม่ๆ ขึ้นมา รวมทั้งภาคบริการ ท่องเที่ยว อุตสาหกรรม เชื่อว่าพรรคจะแก้ปัญหาเหล่านี้ได้ ยืนยันว่าเศรษฐกิจไทยจะยึดโครงสร้างแบบเดิมไม่ได้
ส่วนบัตรประชารัฐ เรื่องนี้คำนวณกันแล้วว่าไม่กระทบงบประมาณแผ่นดิน และปฏิบัติตามกรอบวินัยการเงินการคลัง มันเป็นสิ่งที่ต้องทำเพื่อลดความเหลื่อมล้ำในสังคม และเป็นสวัสดิการให้คนไทยไปใช้จ่ายในสิ่งจำเป็นในการดำรงชีวิต เพื่อให้คนไทยมีชีวิตที่ดีขึ้นเพื่อรองรับการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ วันนี้คนไทยบางส่วนยังขาดโอกาสอีกหลายอย่าง ทั้งๆ ที่เมืองไทยมีอะไรดีๆ อีกเยอะ ตรงนี้พรรคจะไปแก้ไขให้ยั่งยืน เราต้องปรับตัวให้กระเป๋าของทุกคนตุงกว่าเดิม
แม้บางพรรคอ้างว่าเป็นคนต้นคิดและกำลังต่อยอดให้สมบูรณ์ขึ้นนั้น ผมไม่ทราบ แต่ขอถามว่าสิ่งใดที่เคยมีและดีมานั้นพรรคจะทำต่อและต่อยอดให้เต็มที่ ทุกพรรคควรช่วยทำตรงนี้ไม่ใช่มาพูดกันว่าของใครดีกว่าเพราะตัวเองพูดเก่งกว่า
นโยบายที่พรรคจะทำนั้น คือสวัสดิการประชารัฐ เศรษฐกิจประชารัฐ สังคมประชารัฐ ที่จะมีสิ่งเติมเต็มเข้ามาและจะทยอยเปิดตัว สิ่งเหล่านี้ทำให้พรรคแตกต่างจากพรรคอื่นๆเพราะพรรคคิดแบบยั่งยืน ทำทั้งระบบ และเชื่อว่าทำแล้วได้ผลเร็ว รวมทั้งจะขยายไปให้ครอบคลุมคนกลุ่มอื่นๆ ในสังคมด้วย เพราะมันเป็นสิ่งจำเป็นต้องดูแลคนไทยทั้งชาติ แม้แต่หนี้นอกระบบ พรรคก็จะดำเนินการ มันเป็นปัญหาที่อยู่กับคนหลายกลุ่มในสังคม ไม่ใช่เพียงแค่อยู่กับคนที่มีรายได้น้อยเท่านั้น
ความพร้อมที่จะแข่งขันกับพรรคต่างๆ และเป้าหมาย ส.ส.ที่หวังจะได้หลังการเลือกตั้ง รวมทั้งจะร่วมกับพรรคใดตั้งรัฐบาล?
วันนี้ต้องหาเสียงและรอผลการเลือกตั้ง จากนั้นคณิตศาสตร์การเมืองจะเกิดขึ้นแล้วคำตอบจะออกมา หากถามว่าอยากได้ ส.ส.เท่าใด ผมตอบว่า มากที่สุดเท่าที่พรรคจะเป็นแกนนำตั้งรัฐบาลได้ เพราะไม่มีสูตรตายตัว แล้วค่อยดูว่าจะแตะมือกับพรรคใดบ้าง
บางคนมองว่าตอนแรกเหมือนพลังประชารัฐจะแตะขั้วกับพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อต้านพรรคเพื่อไทย แต่วันนี้พรรคประชาธิปัตย์คล้ายจะเดินคนละทางกับพรรค จนพรรคเพื่อไทยมีช่องเจาะได้ ?
การลงแข่งขันทางการเมืองต้องเสนอสิ่งที่ดีที่สุดให้ประชาชนตัดสิน ทุกคนจะมองภาพว่าการเมืองมีการซูเอี๋ยกันนั้น มันจะเกิดภาพแบบนี้ไม่ได้ พรรคพร้อมเป็นรัฐบาลและเป็นฝ่ายค้าน แต่อยากทำงานเป็นรัฐบาลมากกว่าจะได้ต่อยอดสิ่งดีๆ ให้สังคม พรรคอยากให้บ้านเมืองก้าวผ่านจุดเปลี่ยนที่สำคัญไม่กลับสู่วังวนแบบเดิมๆ
ถูกมองว่าพรรครวบรวมนักการเมืองเขี้ยวลากดินมาร่วมงาน จะเกิดปัญหาการต่อรองตำแหน่งในอนาคตหรือไม่?
ตอนที่ทุกคนมาร่วมงานที่พรรคนี้ หารือกันแล้วว่าจะไม่ทำการเมืองแบบเดิมๆ ในเรื่องต่อรองตำแหน่งจนเกิดความเฉไฉ ส่วนที่บางคนบอกว่านักการเมืองพูดนั้นเชื่อถือไม่ได้ ผมมองว่ามันควรดูพฤติกรรมของใครคนนั้นว่าเป็นเช่นใด แต่ผมเชื่อมั่นคนการเมืองที่มาร่วมงานในพรรคนี้ว่าเชื่อถือได้และคิดว่าเอาอยู่