พิธีลอยอังคาร เถ้าอัฐิ หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ ในจังหวัดหนองคาย ขณะนี้ ประชาชนทยอยเข้ามารอร่วมพิธีเป็นจำนวนมาก ขณะนี้เรือที่ใช้ในการประกอบพิธีเจ้าหน้าที่ก็ได้เตรียมความพร้อม ไว้หมดแล้วเช่นกัน ติดตามรายละเอียดล่าสุด กับคุณอโนทัย สกุลทอง

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

การเตรียมความพร้อมในพิธีลอยอังคารเถ้าอัฐิ หลวงพ่อคูณ ปริสุธโธ ที่จะมีขึ้นในช่วงบ่ายวันนี้ เจ้าหน้าที่ได้เตรียมความพร้อมไว้ทั้งหมดแล้ว

โดยผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย นายรณชัย จิตรวิเศษ บอกถึงความพร้อมว่า เส้นทางต่างๆที่จะเคลื่อนขบวนเถ้าอัฐิ หลวงพ่อคูณ ได้เตรียมความพร้อมไว้หมดแล้ว โดยเมื่อเข้าสู่จังหวัดหนองคาย จะเข้าสู่ถนนประจักษศิลปาคม แล้วเลี้ยวเข้าถนนโพธิ์ชัย เพื่อออกมายังถนนรอแม่น้ำโขง โดยจะกันพื้นที่ถนนริมโขงไม่ให้รถไม่เกี่ยวข้องเข้ามาในพื้นที่และยังได้เตรียมน้ำ อาหารจากโรงทานไว้ดูแลประชาชน คิดว่าเพียงพออย่างแน่นอน

ทั้งนี้ หลังจากเถ้าอัฐิมาถึงที่หน้าสถานีเรือหนองคาย นรข. แห่งนี้ ก็จะอัญเชิญมาตั้งไว้บริเวณจุดที่จัดเตรีนมประมาณ1ชั่วโมง เพื่อให้ประชาชนได้กราบลาสาธุ แต่ไม่ได้จัดให้เข้ามาที่จุด จากนั้นจะอัญเชิญกล่องบรรจุเถ้าอัฐิลงเรือ และล่องเรือไปอีกระยะทางกว่า10กิโล เพื่อให้ประชาชนได้กราบลาสาธุอีกครั้ง ส่วนเรือทั้งหมดอยู่ในพื้นที่หมดแล้ว แต่ขณะนี้ยังมีความเป็นห่วงหากประชาชนมาเป็นจำนวนมาก แล้วเต็นท์จะไม่เพียงพอ แต่เรื่องอื่นๆยังไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง

และ ตลอดช่วงเช้าที่ผ่านมา ประชาชนก็เดินทางทยอยเข้าพื้นที่บริเวณลานเอนกประสงค์ ถนนเลียบแม่น้ำโขง หน้าหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่โขง สถานีเรือหนองคาย กันเป็นจำนวนมาก โดยได้ไปพักคอย จับจองพื้นที่ภายใต้เต็นท์ และหลายคนเลือกมาจับจองพื้นที่บริเวณริวขอบแม่น้ำโขง และจุดที่อยู่ใกล้กับพระธาตุกลางน้ำมากที่สุด เพื่อให้ได้ชมและร่วมส่งหลวงพ่อคูณเป็นครั้งสุดท้าย อย่างใกล้ชิด

สำหรับริ้วขบวนเรือในพิธีลอยอังคาร เถ้าอัฐิหลวงพ่อคูณ จะประกอบไปด้วย เรือทั้งหมด 17ลำ เริ่มจาก เรือของกรมเจ้าท่านำขบวน ตามด้วย เรือลาดตระเวน 169 ของ นรข. เป็นเรือลำที่จะตั้งกล่องเถ้าอัฐิหลวงพ่อคูณ และมีผู้ที่เกี่ยวข้องในการประกอบพิธี 15คน ลงเรือลำนี้ คือ พระสงฆ์ 4รูป /ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย/ ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น /ผวจ.นครราชสีมา/ วัฒนธรรมจังหวัดหนองคาย อธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น และเจ้าหน้าที่

จากนั้นเป็นเรือลาดตระเวน 120 ของ นรข. จะเป็นกอบไปด้วย ผู้บริหาร หัวหน้าส่วนราชการต่างๆ และตามด้วยเรือของ ตำรวจน้ำ 3ลำ เรือของตม.1ลำ และเรือของภาคเอกชน อีก 10ลำ

ทั้งนี้จะมีเรือเร็วที่จะคอยเฝ้าระวังหากเกิดอุบัติทางน้ำ ก็จะคอยเข้าช่วยเหลือได้ทันที

และขบวนเรือจะตั้งห่างจากฝั่ง 200เมตร ใช้ความเร็วในการเคลื่อนขบวน 10-15กิโลเมตรต่อชั่วโมง คาดว่าจะเวลาไม่เกิน 2ชม. ก็จะประกอบพิธีแล้วเสร็จ

ซึ่งเมื่อริ้วขบวนเรือเคลื่อนออกจากหน้าสถานีเรือ มุ่งหน้าไปยัง สะพานมิตรภาพไทย-ลาว และวกกลับมายังพระธาตุกลางน้ำ เมื่อมาถึงพระธาตุกลางน้ำ เรือลาดตระเวน 169 ก็จะวนรอบพระธาตุกลางน้ำ 3 รอบ จากนั้นจะพระสงฆ์จะสวดมาติกา และมีพิธีโยนเหรียญ9เหรียญ /พิธีลอยขันธ์ 5/ พิธีลอยพวงมาลัย พิธีลอยเถ้าอัฐิ และพิธีโปรยข้าวตอกดอกไม้

ซึ่งอุปกรณ์ เครื่องไทยธรรมทั้งหมด ได้นำลงไปเตรียมพร้อมในเรือแล้ว และภายในเรือจะมีกล่องวางอัฐิขนาดกว้าง 95 ซม. สูง 34 ซม. ยาว 240 ซม.ด้วย

ทั้งนี้ ที่ต้องลอยอังคารบริเวณพระธาตุกลางน้ำ แม้จะไม่ได้ระบุจุดไว้อย่างชัดเจนภายในพินัยกรรม แต่เป็นประเพณีความเชื่อของชาวอีสาน เดิมพระธาตุกลางน้ำจะอยู่บนฝั่ง เพราะมีพระบรมสารีริกธาตุ ของพระพุทธเจ้าอยู่ และเมื่อน้ำกัดเซาะตลิ่ง พระธาตุ ก็ถูกพัดไปกลางน้ำ