นอกจากการลาออกของ 4 รัฐมนตรีแกนนำพรรคพลังประชารัฐในวันนี้แล้ว สายตาทุกคู่จ้องจับไปที่ "ลุงตู่" พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ว่าจะมีการแถลงอนาคตทางการเมืองหรือไม่ โดยเฉพาะการตอบรับเป็นว่าที่นายกรัฐมนตรีในบัญชีของพรรคพลังประชารัฐ ซึ่งมีข่าวว่าจะส่งเทียบเชิญให้นายกฯลุงตู่ในวันที่ 1 กุมภาพันธ์นี้

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

แต่เป็นที่น่าสังเกตว่าที่ผ่านมาท่านนายกฯระมัดระวังการแสดงท่าทีทางการเมืองมาตลอด ซึ่งสาเหตุก็เพราะเป็นเรื่องละเอียดอ่อน และมีความอ่อนไหวสูงมาก โดยในทางทฤษฎีแล้ว เส้นทางการเมืองนับจากนี้ของ "นายกฯลุงตู่" หากต้องการ "ตีตั๋ว" เป็นนายกรัฐมนตรีสมัยที่ 2 ต้องบอกว่ามีอยู่ 3 แนวทาง ซึ่งแต่ละแนวทางมีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันได้ ประกอบด้วย1.ตอบรับเป็นนายกฯในบัญชีของพรรคพลังประชารัฐ แต่ไม่ลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช.ที่เป็นอยู่ในขณะนี้ ซึ่งก็จะไม่สามารถช่วยพรรคพลังประชารัฐหาเสียงได้ ข้อดีคือยังคงมีอำนาจเต็มในการบริหารบ้านเมืองและผ่าทางตันทางการเมืองโดยใช้มาตรา 44 ได้ต่อไป ทำให้มีอำนาจต่อรองทางการเมืองสูงที่สุด แต่ข้อเสียคือจะโดนแรงกดดันเรียกร้องให้แสดงสปิริต
2.ตอบรับเป็นนายกฯในบัญชีของพรรคพลังประชารัฐเหมือนแนวทางแรก แต่ยอมลาออกจากตำแหน่งนายกฯและหัวหน้าคสช. เพื่อเปิดตัวเดินสายหาเสียงร่วมกับพรรคพลังประชารัฐแบบเต็มตัว ข้อดีคือได้ภาพการแสดงสปิริต ยอมสละตำแหน่งเพื่อความชัดเจนทางการเมือง แต่ข้อเสียคือจะหมดอำนาจต่อรอง ทางการเมืองไปไม่น้อย

และ 3.ไม่ตอบรับเป็นนายกฯในบัญชีของพรรคพลังประชารัฐ โดยอาจไปตอบรับกับพรรคอื่น หรือไม่ตอบรับกับพรรคใดเลย

ทั้ง 3 แนวทาง จะมีความชัดเจนภายในวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ ซึ่งเป็นวันรับสมัครผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็น ส.ส.วันสุดท้าย เพราะเป็นกรอบเวลาที่พรรคการเมืองต้องเสนอชื่อว่าที่นายกฯในบัญชีพรรคของตนเองให้กับ กกต.
ทั้ง 3 แนวทางนี้ ต้องบอกว่าแนวทางแรกมีความเป็นไปได้มากที่สุด ส่วนแนวทางที่ 3 สถานการณ์ขณะนี้ถือว่าเป็นไปได้น้อยที่สุด เพราะจะหมายความว่า "ลุงตู่" จะเป็นได้เฉพาะ "นายกฯคนนอก" หลังเลือกตั้งเท่านั้น เนื่องจากไม่ได้มีชื่ออยู่ในบัญชีว่าที่นายกฯของพรรคการเมือง ซึ่งการจะมีนายกฯคนนอกได้ ต้องมีเสียงสมาชิกรัฐสภารับรอง 500 เสียง จากทั้งหมด 750 เสียง หรือ 4 ใน 5 ถึงจะไปโหวตเลือกนายกฯนอกบัญชีได้ ซึ่งเป็นไปได้ยากที่จะรวมเสียงได้ถึง 500 เสียง

สุดท้ายท่านนายกฯจะตัดสินใจเลือกแนวทางไหน คาดว่าไม่เกินวันที่ 1 กุมภาพันธ์นี้ก็คงได้รู้กัน