กองเรือแปซิฟิกซึ่งฐานปฏิบัติการอยู่ที่สถานีเพิร์ลฮาร์เบอร์ บนเกาะฮาวาย ออกแถลงการณ์เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาว่า ได้ส่งเรือพิฆาตยูเอสเอส แมคแคมป์เบลล์ และเรือส่งกำลังบำรุงยูเอสเอ็นเอส วอลเทอร์ เอส. ดีล ปฏิบัติภารกิจตามหลักเสรีภาพในการลาดตระเวน บริเวณน่านน้ำสากลของช่องแคบไต้หวัน เมื่อวันที่ 24 มกราคม 2562 นอกจากนั้นแล้วกองเรือดังกล่าวยังได้ย้ำว่ากองทัพสหรัฐฯ จะปฏิบัติการลาดตระเวนทั้งทางเรือและทางอากาศอย่างเสรีในเขตสากล ทุกแห่งโดยเป็นไปตามกฎหมายระหว่างประเทศต่อไป
การลาดตระเวน ของกองทัพเรือสหรัฐฯ ครั้งนี้เกิดขึ้นหลังอากาศยานหลายลำรวมถึงเครื่องบินทิ้งระเบิด และเรือรบของจีน ได้เคลื่อนผ่านช่องแคบปาซือซึ่งเป็นพรมแดนธรรมชาติระหว่างน่านน้ำทางเหนือของฟิลิปปินส์กับภาคใต้ของไต้หวัน เมื่อวันอังคาร และวันพฤหัสฯ ที่ผ่านมา โดยเรื่องดังกล่าวถูกเปิดเผยจากทางด้านกระทรวงกลาโหมไต้หวัน
ขณะที่ทางด้านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ลงนามรับรองกฎหมายชื่อการเดินทางไต้หวัน มีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการเมื่อเดือนมีนาคม ปีที่ผ่านมา โดยทางด้านสหรัฐฯอ้างว่า การลงนามรับรองดังกล่าวนั้นเป็นไปเพื่อส่งเสริมความร่วมมือและความสัมพันธ์ระหว่างเจ้าหน้าที่รัฐของสหรัฐฯ กับไต้หวัน ตลอดจนการส่งเสริมความสัมพันธ์ด้านเศรษฐกิจและวัฒนธรรมระหว่างสหรัฐฯกับไต้หวัน
แต่ทว่าเหตุการณ์ดังกล่าวนั้นสร้างความไม่พอใจให้กับจีน เป็นอย่างมากเพราะจีนมองว่าไต้หวันเป็นเพียงมณฑล ของจีนที่กบฏ ต้องการแยกตัวเป็นเอกสาร และจีนยังเตือนไปยังสหรัฐฯ หลายครั้งในการส่งเสริมให้ไต้หวันแข็งข้อกับจีนถือเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสม ที่ผ่านมาจีนพยายามผ่อนปรนให้ไต้หวันนั้นสามารถปกครองตนเองได้ภายใต้หนึ่งประเทศสองระบบ เหมือนกับฮ่องกง หรือมาเก๊า แต่ทว่าปัจจุบันก็ยังมีบางกลุ่มในไต้หวัน พยายามปลุกระดมให้ประชาชนคิดแบ่งแยกดินแดน ประกาศตัวเป็นเอกราชจากแผ่นดินใหญ่ และดูเหมือนว่าสหรัฐฯ ก็เป็นผู้ที่อยู่เบื้องหลังการหนุนคนกลุ่มนี้นั่นเอง