ตอนนี้ค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ยังเกินค่ามาตรฐานอีกหลายพื้นที่ในกรุงเทพมหานคร ขณะที่ภาครัฐก็พยายามออกมาตรการลดค่าฝุ่น PM2.5 แต่ก็ยังไม่ดีขึ้น ซึ่งคนที่ได้รับผลกระทบคือประชาชนที่ยังคงต้องอยู่กับฝุ่นต่อไป ติดตามรายงานนี้กับชุตินันท์ เพชรากานต์

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

เดือนที่ผ่านมา ประเทศไทยมีค่าฝุ่นละอองขนานเล็กอยู่ที่ 70-80 ไมโครกรัม ซึ่งกรมควบคุมมลพิษตั้งค่ามาตรฐานฝุ่นละออง PM2.5 ไว้ที่ 50 ไมโครกรัม ขณะที่องค์การอนามัยโลกกลับตั้งมาตรฐานค่าฝุ่นละอองขนานเล็ก PM2.5 ไว้ที่ 25 ไมโครกรัม สะท้อนว่าดัชนี้ชี้วัดค่า PM2.5 ของเราอันตรายสูงกว่ารองอธิบดีกรมควบคุมโรค บอกว่า ถ้าสูดดมฝุ่นละอองขนานเล็กเข้าไปที่จมูกก็จะเกิดระคายเคืองทางเดินหายใจส่วนบน หรือถ้าเข้าเส้นเลือดก็จะเกิดภาวะการอักเสบของเส้นเลือดและโดนที่ตาก็จะทำให้เกิดอาการเคืองตา ผิวหนังก็จะทำให้เกิดการระคายเคืองผิวหนัง หรือถ้าเข้าเส้นเลือดก็จะเกิดภาวะการอักเสบของเส้นเลือด เพราะฉะนั้นโรคที่จะตามมาในกลุ่มนี้คือโรคที่เกี่ยวกับทางเดินหายใจ โรคหอบหืด โรคถุงลมโป่งพอง แต่ถ้าในระยะยาวจะก่อให้เกิดโรคมะเร็งปอด โรคหัวใจ ซึ่งโรคพวกนี้ถือเป็นโรคเรื้อรังที่จะตามมาในอนาคต รักษายังไงก็ไม่หายไป

เมื่อยังต้องอยู่กับฝุ่นละอองขนานเล็ก PM 2.5 ต่อไป ประชาชนเราควรอยู่กันอย่างไร แน่นอนว่าการปรับตัวเป็นเรื่องสำคัญ ถ้าหลีกเลี่ยงไม่ได้ก็ต้องรู้จักป้องกันตัวเองให้ได้ รองอธิบดีกรมควบคุมโรคแนะว่า ประชาชนในกลุ่มเสี่ยงที่ต้องทำงานในที่โล่ง เช่น แม่ค้า วินมอเตอร์ไซค์รับจ้าง ตำรวจจราจร และอาชีพอื่นๆ ควรสวมใส่หน้ากากอนามัยชนิดพิเศษ ซึ่งถือเป็นสิ่งจำเป็นที่จะช่วยชีวิตของกลุ่มคนเหล่านี้ได้ในระยะยาว

สอดคล้องกับเลขาธิการสมาคมอนามัยสิ่งแวดล้อมไทย ที่ฝากไปถึงภาครัฐว่า ถ้ารู้ว่าสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ประเทศไทยต้องเจอทุกปี ควรมีการเตรียมแผนไว้ล่วงหน้าและมีมาตรการที่จริงจังเข้มงวดมากกว่านี้ประชาชนอาจจะต้องเผชิญกับปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก Pm2.5 ต่อไปอีกหลายปี ตราบใดที่ภาครัฐไม่ลงมาแก้ปัญหาอย่างจริงจัง ปัจจัยเดียวที่จะแก้ปัญหานี้ได้คือการลดปริมาณฝุ่น PM2.5 จากต้นกำเนิดให้ได้ เพราะถ้าแก้ไม่ได้ เราก็ต้องมาแก้ปัญหาที่ปลายเหตุเหมือนทุกๆ ปี