ประเด็นแรก เป็นข่าวที่ตีคู่มากับเหตุรุนแรงที่ชายแดนใต้ ตั้งแต่ช่วงส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ ซึ่งเกิดเหตุร้ายชุกมาก ตั้งแต่รูปปั้นนางเงือกสมิหลา จังหวัดสงขลา ถึงป่วนใหญ่ 3 วันต่อเนื่องที่นราธิวาส และคาร์บอมบ์เทพา จังหวัดสงขลา เมื่อวันที่ 8 มกราคม
ข่าวใหญ่ที่แทรกขึ้นมาจากเหตุรุนแรงถี่ยิบ ก็คือ สาเหตุของความรุนแรงมาจากการเปลี่ยนตัวผู้นำบีอาร์เอ็นคนคนใหม่ จาก นายดูนเลาะ แวมะนอ เป็น "นายสะมะแอ คอซรี" หรือ "สะมะแอ คอซารี" ภาพแรกที่เป็นภาพเดี่ยวๆ คล้ายประกาศจับ คือ นายดูนเลาะ แวมะนอ ที่เชื่อกันว่าเป็นผู้นำสูงสุดของบีอาร์เอ็น ต่อจาก นายสะแปอิง บาซอ ที่เสียชีวิตไปเมื่อปี 60
ส่วนในภาพต่อมาที่มีแกนนำ 4 คน นายดูนเลาะ คือภาพบนซ้าย ส่วนบนขวา คือ นายเด็ง อะแวจิ หัวหน้าฝ่ายกองกำลัง ขณะที่ นายสะมะแอ คอซารี คือภาพล่างซ้าย
เหตุผลที่ระบุในข่าวเปลี่ยนตัวผู้นำบีอาร์เอ็น ก็คือ เพื่อเปลี่ยนเป้าไม่ให้ นายดูนเลาะ ในฐานะผู้ใหญ่ในขบวนการถูกกดดันจากทางการมาเลเซียให้เข้าร่วมโต๊ะพูดคุยสันติสุข จนอยู่บ้านในมาเลย์ไม่ได้ ข่าวยังระบุอีกว่า นายสะมะแอ คอซารี ผู้นำใหม่บีอาร์เอ็น สร้างนักรบรุ่นใหม่อีก 6,000 คน และตะลุยก่อเหตุประกาศศักดาการเป็นผู้นำคนใหม่ตั้งแต่ช่วงก่อนปีใหม่จนถึงปัจจุบัน นี่คือข่าวที่ออกมา
"ล่าความจริง" ได้ตรวจสอบไปยัง "ผู้รู้" จากหน่วยงานความมั่นคงหลายหน่วย ปรากฏว่าได้รับการยืนยันว่าประเด็นเปลี่ยนตัวผู้นำบีอาร์เอ็น ไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าจริงหรือไม่จริง เพราะเป็นองค์กรลับ แต่ก็มีความเป็นไปได้ในกรณีที่เปลี่ยนตัวเพื่อไม่ให้นายดูนเลาะ ตกเป็นเป้ากดดัน ส่วนการสร้างนักรบรุ่นใหม่จำนวนถึง 6,000 คน ไม่น่าจะเป็นความจริง เพราะพื้นที่ชายแดนใต้ไม่มีบริเวณไหนอีกแล้วที่ฝึกนักรบได้มากมายขนาดนั้น เพราะพื้นที่แทบจะถูกเอกซเรย์จากทหารเกือบ 100% หากจะลอบไปฝึกในประเทศเพื่อนบ้าน ก็ไม่น่าจะทำได้มากมายขนาดนี้
นอกจากนั้นยังมีคำยืนยันจาก "ผู้รู้" อีกหลายคนในหน่วยงานความมั่นหลายหน่วยว่า โครงสร้างของบีอาร์เอ็นยังไม่เปลี่ยนแปลงนับตั้งแต่ปี 2557 เป็นต้นมา ช่วงที่ นายสะแปอิง บาซอ อดีตผู้นำทางจิตวิญญาณถูกลดบทบาท เนื่องจากมีอาการป่วย ก่อนจะเสียชีวิตในปี 60 โดยสมาชิกใน "สภาองค์การนำ" ยังคงเป็นชุดเดิม นำโดย นายดูนเลาะ แวมะนอ