เมื่อถามว่าจากนี้ในการลงพื้นที่หาเสียง จะมีการแยกพื้นที่กับ แกนนำคนอื่นๆหรือไม่ นายชัชชาติตอบว่า ด้วยเวลาที่มีอยู่นั้นค่อนข้างจำกัดซึ่งก็ต้องแบ่งทรัพยากรใน การลงไปทำความเข้าใจกับประชาชน ให้ชัดเจน ซึ่งจะทำให้พบปัญหาให้ของประชาชนอย่างแท้จริง
ส่วนการแยกพื้นที่กันลงอย่างชัดเจนจะหมายถึงการแบ่งคะแนนนิยมหรือไม่ นายชัชชาติบอดว่า ไม่ใช่ พร้อมยืนยันพรรคเพื่อไทยทำงานเป็นทีม ส่วนตัวก็ไม่ได้รู้ทุกอย่าง ต้องอาศัยการทำงานร่วมกัน ทุกคนก็มีความสามารถในแต่ละด้าน และต้องร่วมมือกัน
ส่วนเรื่องความชัดเจนเกี่ยวกับนโยบายที่จะตอบโจทย์ประชาชนหลังจากนี้ ส่วนใหญ่ จะเป็นเรื่องเศรษฐกิจ ซึ่งหลังจากประกาศวันเลือกตั้ง ก็จะเห็นได้ว่าความมั่นใจ เริ่มกับมา ทำให้คนกล้าลงทุนมากขึ้น มองเห็นอนาคต ของประเทศชัดเจนขึ้น ต่อมาก็คือเรื่องทุจริตคอรัปชั่น และยาเสพติด
ส่วนเรื่องผลการเลือกตั้ง ที่มีการคาดการณ์ว่าพรรคการเมืองฝ่ายประชาธิปไตยจะได้มากกว่า 375 ที่นั่งนั้น ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของประชาชน ซึ่งมีทั้งคนที่ยึดมั่นในจิตวิญญาณของประชาธิปไตยและคนที่ไม่ได้ยึดมั่น และอาศัยประชาธิปไตยเป็นช่องทางเข้ามา ซึ่งส่วนตัวมองว่าจะเป็นเรื่องที่บั่นทอน และเหตุการณ์แบบนี้ก็เกิดขึ้นในหลายประเทศทั่วโลก ส่วนตัวเลขนั้นก็ไม่ได้คาดการณ์อะไรแต่พร้อมจะทำให้ดีที่สุด เพราะหัวใจของประชาธิปไตยไม่ใช่การต่อสู้จึงเอาเป็นเอาตาย อย่ามองคู่แข่งขันเป็นศัตรู แต่มองในการแข่งขันเชิงนโยบาย ซึ่งสุดท้ายหัวใจของประเทศไทยก็คือการร่วมมือกันหาทางออกที่ดีที่สุดให้กับประชาชน
เมื่อถามถึงกระแสเรียกร้องให้4 รัฐมนตรี พรรคพลังประชารัฐลาออก นายชัชชาติมองว่า ก็แล้วแต่วิจารณญาณ ของรัฐมนตรีแต่ละคน พร้อมเปรียบกับตัวเอง ที่เคยทำงานอยู่ในภาคเอกชนมาก่อน และก็คิดว่าไม่ยุติธรรมที่จะเอาเวลาที่ต้องทำงานเอกชนมาทำในงานการเมือง ก็เลยตัดสินใจลาออกทั้งหมด มาทำงานการเมืองเต็มตัว ซึ่งการเมืองไม่ใช่เรื่องเล่นๆ เป็นเรื่องสำคัญ ที่ต้องอุทิศเวลาให้
ส่วนคดีที่เจ้าหน้าที่บางคนมีคดีขึ้นศาล ซึ่งสุ่มเสี่ยงและอาจนำไปสู่การยุบพรรคเพื่อไทย วันนี้พรรคเพื่อไทยต้องมั่นใจในระบบ ส่วนหนึ่งของประชาธิปไตยที่จะให้ความเป็นธรรม ซึ่งวันนี้จะมานั่งกังวลคงไม่ได้ต้องเดินหน้าลุยอย่างเดียว พร้อมย้ำว่าบุคลากรของพรรคไม่ได้ขึ้นอยู่กับคนใดคนหนึ่ง เพราะทำงานเป็นทีม ใครถูกตัดสิทธิ์หรือหายไป ก็มีคนอื่นสามารถทำหน้าที่แทนได้ พร้อมย้ำด้วยว่าส่วนตัวไม่กังวลกับคดีที่ยังคงค้างอยู่กับ ปปช. และจะชี้แจงให้ดีที่สุด เพราะไม่ได้ทำอะไรผิด ทุกอย่างดำเนินการตามนโยบาย