"บิ๊กโจ๊ก" ทลายแก๊งโรแมนซ์สแกมชาวไนจีเรีย กลางกรุงกัวลาลัมเปอร์
23 ม.ค. 2562 | maliwan

บิ๊กโจ๊กทลายแก๊งโรแมนซ์สแกม ชาวไนจีเรียระดับสั่งการ หลังหลบหนีจากไทย ตั้งฐานกลางกรุงกัวลาลัมเปอร์ มาเลเซียได้ 1 ปี พบเงินหมุนเวียนในบัญชีกว่า 100 ล้านบาท
ข่าว
23 ม.ค. 2562 | maliwan

บิ๊กโจ๊กทลายแก๊งโรแมนซ์สแกม ชาวไนจีเรียระดับสั่งการ หลังหลบหนีจากไทย ตั้งฐานกลางกรุงกัวลาลัมเปอร์ มาเลเซียได้ 1 ปี พบเงินหมุนเวียนในบัญชีกว่า 100 ล้านบาท
ตามนโยบายของรัฐบาล กำหนดยุทธศาสตร์และมาตรการในการป้องกันและปราบปรามการการฉ้อโกงประชาชนผ่านทางระบบสื่ออิเล็กทรอนิกส์ในรูปแบบต่างๆ และได้เร่งรัดให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติเป็นหน่วยงานหลักในการดำเนินการแก้ไขปัญหาให้เห็นเป็นรูปธรรมสำนักงานตำรวจแห่งชาติมีความจริงจังในการดำเนินการอย่างต่อเนื่อง
พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. จึงได้จัดตั้ง ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ( ศปอส.ตร.) โดยได้สั่งการให้ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผบช.สตม. / รองผู้อำนวยการศูนย์ฯ และ หัวหน้าชุดปฏิบัติการประจำศูนย์ฯ สืบสวนหาข่าวและขยายผลจากการจับกุมผู้ต้องหาชาวต่างชาติที่มีพฤติกรรมหลอกลวงคนไทยผ่านสื่อออนไลน์ โดยหลังจากมีการกวาดล้างกดดันอย่างหนักทำให้สถิติคดีลดลงอย่างเห็นได้ชัด แต่ยังคงมีพฤติกรรมการหลอกลวงเหยื่อคนไทยหลงเหลืออยู่
จากการสืบสวนขยายผลทราบว่า แก๊งโรแมนซ์สแกมชาวไนจีเรีย ได้ย้ายมาตั้งฐานอยู่ในประเทศมาเลเซีย และยังคงหลอกลวงประชาชนคนไทยอยู่ จึงได้ประสานความร่วมมือมายังนาย ตันซรี ดาโต๊ะ ศรี โมฮาหมัด ฟูซี บิน ฮาลัน ผบ.ตร.มาเลเซีย เพื่อร่วมทำการจับกุม
ต่อมาวันที่ 23 มกราคม พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผบช.สตม. รองผู้อำนวยการศูนย์ฯ และ หัวหน้าชุดปฏิบัติการประจำศูนย์ฯ พร้อมด้วย พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง ผบก.ตม.3 , พล.ต.ต.พนัญชัย ชื่นใจธรรม ผบก.สส.บช.สตม. พล.ต.ต.นิธิธร จินตกานนท์ ผบก.จร.บช.น., พ.ต.อ.สถิตย์ พรมอุทัย รอง ผบก.สส.ภ.2, พ.ต.อ.สมยศ ศรีศรยุทธ์ ผกก.กลุ่มงานประสานงานข่าวต่างประเทศ บก.ส.4 บช.ส., พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่หน่วยปราบปรามอาชญากรรมทางเศรษฐกิจมาเลเซีย ร่วมกับ ชุดปฏิบัติการ ศปอส.ตร., ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง บุกเข้าปฏิบัติการจับกุมผู้ต้องหาใน 7 จุด ในย่านที่พักอาศัย กลางกรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย และอีก 3 จุด ในประเทศไทย หลังสืบทราบว่าเป็นที่ตั้งศูนย์สั่งการของแก๊งโรแมนซ์สแกมชาวไนจีเรีย พบผู้ต้องหาชาวไนจีเรีย ระดับสั่งการ จำนวน 7 คนโดยทั้งหมดเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลในประเทศไทย และพบหญิงไทยซึ่งเป็นบุคคลตามหมายจับที่ร่วมมือกับผู้ต้องหาในการหลอกลวงอีก 7 คน
จากการเข้าตรวจค้นภายในอาคารพบอุปกรณ์ทั้งโทรศัพท์, คอมพิวเตอร์, ข้อความแชทการพูดคุยกับเหยื่อ และยังอยู่ระหว่างการสื่อสารเพื่อรอโอนเงิน นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ยังพบโพย รวมถึงบทพูดคุยระหว่างแก๊งโรแมนซ์สแกมกับเหยื่อ ผ่านโปรแกรม facebook
พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า แก๊งนี้ถูกชุด ศปอส.ตร. กวาดล้างในประเทศไทยอย่างหนัก จึงได้หลบหนีออกมาตั้งฐานปฏิบัติการในประเทศมาเลเซียมาแล้วกว่า 1 ปีโดยยังมีพฤติการณ์สร้างตัวตนปลอมในเฟสบุคหลอกลวงเหยื่อให้หลงรักและโอนเงินให้ โดยคนร้ายกลุ่มนี้มีเงินหมุนเวียนจากการหลอกลวงกว่า 100 ล้านบาท โดยเหยื่อรายล่าสุด ถูกหลอกลวงเงินไปกว่า 29 ล้านบาท
สำหรับการบุกเข้าทลายแก๊งโรแมนซ์สแกมครั้งนี้ เป็นการดำเนินการจับกุมผู้ต้องหาในต่างประเทศเป็นครั้งแรกของปี 2562 ซึ่งในปี 2561 ชุดปฏิบัติการ ศปอส.ตร ได้ประสานความร่วมมือทำการ จับกุมผู้ต้องหาในต่างประเทศมาแล้วถึง 9 ครั้ง ใน 7 ประเทศ นับเป็นความสำเร็จในการร่วมกันปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติของชุดปฏิบัติการ ศปอส.ตร. ตามแนวทาง One World One Team หรือ ตำรวจเป็นหนึ่งเดียวกันทั่วโลก