ล่าสุดเมื่อวาน ล่าความจริงได้เปิดประเด็นใหม่ที่หลายคนอาจจะยังไม่ทราบ คือการท่องเที่ยวบนเกาะเสม็ด ต้องจ่ายค่าธรรมเนียมทุกๆ 5 วัน ต้องพกบัตรยืนยันว่าจ่ายค่าธรรมเนียมแล้วติดตัวเอาไว้ตลอดเวลา ถ้าเจ้าหน้าที่เรียกตรวจแล้วไม่พบ หรือไม่มีบัตร หรือบัตรหมดอายุ ต้องโดนจ่ายใหม่ครั้งละ 200 บาท สร้างความสับสนงุนงงให้กับนักท่องเที่ยวโดยเฉพาะชาวต่างชาติอย่างมาก แถมบัตรที่ใช้ก็เป็นกระดาษแผ่นเล็กๆ บางๆ ไม่น่ามีอายุถึง 5 วันได้ แถมข้อความบนบัตรก็ไม่มีระบุเงื่อนไขว่าต้องต่ออายุทุกๆ 5 วัน มีแต่ตราปั๊มเป็นภาษาไทย ไม่มีภาษาอังกฤษ หรือภาษาสากลใดๆ
ปัญหายังไม่หมดแค่นั้น "ล่าความจริง" ยังได้รับข้อมูลร้องเรียนจากผู้ประกอบกิจการรถบรรทุกน้ำประปาเพื่อนำไปจำหน่ายบนเกาะเสม็ด (เพราะบนเกาะไม่มีน้ำประปาใช้ ต้องซื้อน้ำจากฝั่งระยอง) ผู้ประกอบการร้องเรียนว่า ถูกเจ้าหน้าที่เรียกเก็บเงินเวลารถบรรทุกน้ำผ่านเข้าอุทยานฯ โดยเก็บเป็นรอบที่รถผ่าน รอบละ 30 บาท แต่ถ้าเจ้าของกิจการรายใดต้องการจ่ายเป็นรายเดือน ก็ต้องจ่ายในราคา 700 บาทต่อเดือน (หากผ่านด่านทุกวัน ราคาจ่ายเหมาถือว่าถูกกว่า) แต่ปัญหาก็คือ การจ่ายเงินค่าผ่านทางของรถบรรทุกน้ำ ไม่มีใบเสร็จใดๆ เป็นหลักฐาน
จากน้ำประปา ข้ามไปที่ปัญหาถุงพลาสติก จริงๆ เรื่องนี้เป็นเรื่องดี คือทางเจ้าหน้าที่ขอความร่วมมือห้ามนำถุงพลาสติกเข้าไปในเขตอุทยานฯ จะอนุญาตเฉพาะถุงผ้าเท่านั้น แต่ปัญหามาเกิดเมื่อนักท่องเที่ยวไม่ได้เตรียมถุงผ้ามา เจ้าหน้าที่ก็ไม่ยอมอนุโลม กลับสั่งให้เอาอาหารออกจากถุงพลาสติก แล้วให้ใช้มือถืออาหารไปแทน ซึ่งจริงๆ แล้วทางอุทยานฯน่าจะเตรียมถุงผ้าเอาไว้บริการ หรือให้เช่าก็ยังดี
นี่คือสารพัดปัญหาบนเกาะเสม็ด หลายเรื่องแม้ดูเป็นเรื่องไม่ใหญ่นัก แต่สำหรับภาพลักษณ์การเป็นเมืองท่องเที่ยวแล้ว เป็นเรื่องที่ไม่ควรปล่อยให้เกิดขึ้น ก็ต้องรอดูว่าหลังจากชาวบ้านและผู้ประกอบการออกมาสะท้อนปัญหาแบบตรงไปตรงมาแบบนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะดำเนินการอย่างไร ที่สำคัญในวันที่ 29มกราคมนี้ ประธานผู้ตรวจการแผ่นดินจะลงพื้นที่ด้วยตนเอง และประชุมกับผู้แทนทุกหน่วยงาน ซึ่งทุกฝ่ายคาดหวังว่าหลายๆ ปัญหาจะได้รับการคลี่คลายเสียที