หลังมีผู้ยื่นขอสิทธิ์กู้โครงการบ้านล้านหลังของธนาคารอาคารสงเคราะห์กว่า127,000 ราย และมีการประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์ล็อตแรกแล้ว 59,000 รายนั้น ล่าสุด กรรมการผู้จัดการ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ฉัตรชัย ศิริไล เผยว่า หลังจากเปิดให้ประชาชนที่มีสิทธิยื่นกู้โครงการบ้านล้านหลังล็อตแรก ยื่นเอกสารขอกู้ตั้งแต่ 2 ม.ค.ที่ผ่านมา พบว่า มีการยื่นเอกสารขอกู้แล้ว 1,000 บัญชีหรือ1,000ราย ธนาคารได้อนุมัติแล้ว 500 บัญชีหรือ500ราย เป็นวงเงิน 320 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่เป็นที่อยู่อาศัยแบบคอนโดมิเนียม ในเขต กทม. และคาดว่าทั้งปี 2562 จะมีการยื่นกู้กว่า80%ของวงเงินกู้ทั้งหมด 50,000ล้านบาทขณะเดียวกัน บอร์ด ธอส.ยังเห็นชอบปรับสัดส่วนวงเงินปล่อยกู้ เป็น 4:1 คือ เพิ่มวงเงินสำหรับผู้มีรายได้ต่ำกว่า 25,000/เดือน เป็น 40,000 ล้านบาท จากเดิม 20,000ล้านบาท ส่วนผู้มีรายได้เกินกว่า 25,000 บาท/เดือน ลดวงเงินอยู่ที่10,000ล้าน จากเดิม 30,000ล้านบาท ซึ่งอยู่ระหว่างเสนอกระทรวงการคลังอนุมัติ ก่อนเสนอ ครม.อนุมัติต่อไป เพราะต้องมีการชดเชยดอกเบี้ยกว่า 800 ล้านบาท นอกจากนี้ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ยังเผยอีกว่า แผนการดำเนินงานในปีนี้ ธอส.ได้กำหนดแผนงานที่นำไปสู่การเติบโตแบบยั่งยืน โดยตั้งเป้าสินเชื่อปล่อยใหม่ที่ 203,262 ล้านบาท /สินเชื่อคงค้างที่ 1,181,038 ล้านบาท/ สินทรัพย์รวม 1,210,984 ล้านบาท /หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ลดลงเหลือ 4.02% ของยอดสินเชื่อรวม และเร่งพิจารณาอนุมัติสินเชื่อโครงการบ้านล้านหลังให้ครบกรอบวงเงิน50,000 ล้านบาทขณะเดียวกันก็พร้อมยกระดับการให้บริการดิจิทัลด้วยเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์ความต้องการของประชาชนในปัจจุบัน ผ่าน Mobile Application : GHB ALL ที่สามารถดูStatement ทำ Pre Approve ยื่นกู้ ติดต่อสื่อสารกับเจ้าหน้าที่ตลอด 24 ชั่วโมง นัดหมายการเข้าประเมินราคา แจ้งผลการพิจารณาสินเชื่อ นัดวันลงนามเอกสารสำคัญและทำนิติกรรม แจ้งเตือนชำระหนี้ แสดงความประสงค์กู้เพิ่ม และชำระค่าสาธารณูปโภคต่าง ๆ ซึ่งคาดว่าภายในสิ้นปีนี้ จะมีการใช้บริการผ่านช่องทางดิจิทัลจะไม่น้อยกว่า 40% ส่วนผลการดำเนินงานปี 2561เมื่อเทียบกับสิ้นปี 2560 ธนาคารปล่อยสินเชื่อใหม่ได้ทั้งสิ้น 213,161 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.30% คิดเป็น 173,958 บัญชี สูงกว่าเป้าหมายที่กำหนดไว้ที่ 188,918 ล้านบาท ถึง 24,243 ล้านบาท และแบ่งเป็นสินเชื่อที่มีวงเงินกู้ไม่เกิน 2 ล้านบาท จำนวนถึง 105,081 ราย เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมา 6.29% ส่งผลให้ธนาคารมียอดสินเชื่อคงค้างรวมทั้งสิ้น 1,115,893 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.03% สินทรัพย์รวม 1,163,882 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.55% เงินฝากรวม 943,382 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.94% มีหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) จำนวน 46,495 ล้านบาท คิดเป็น 4.17% ของยอดสินเชื่อรวม ลดลง 0.04% ซึ่งเป็นผลมาจากการบริหารจัดการคุณภาพสินทรัพย์และมีกำไรสุทธิ 12,611 ล้านบาท สูงกว่าเป้าหมายที่ 12,137 ล้านบาท