เนชั่นทีวี

ข่าว

"หลวงพ่อคูณ" เทพเจ้าแห่งวัดบ้านไร่

21 ม.ค. 2562 | wanchat

"หลวงพ่อคูณ" เทพเจ้าแห่งวัดบ้านไร่

หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ พระเกจิชื่อดังแห่งวัดบ้านไร่ ต.กุดพิมาน อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา ด้วยพลังศรัทธาผู้เลื่อมใสยกให้เป็น "เทพเจ้าแห่งวัดบ้านไร่" ไปย้อนเส้นทางชีวิต ตั้งแต่วัยเยาว์ก่อนเข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์ กระทั่ง หลวงพ่อคูณ ละสังขาร

หลวงพ่อคูณ แห่งวัดบ้านไร่ ไม่มีใครที่ไม่รู้จักพระที่มีอัตลักษณ์เฉพาะตัว ด้วยท่านั่งยอง การพูดจากภาษาพ่อขุน และสิ่งที่ผู้คนมักนึกถึงหลวงพ่อคูณ มากที่สุดนั่นคือ เครื่องรางของขลัง และหลักคำสอนแบบตรงไปตรงมา แฝงไว้ด้วยหลักธรรมอันลึกซึ้งให้ผู้คนนำไปยึดเป็นแนวทางดำเนินชีวิต และชีวประวัติอันเต็มไปเรื่องราวอันน่าสนใจมากมายhttps://www.youtube.com/watch?v=YyPbGd_gBP4(0.49 -2.17)CGหลวงพ่อคูณ คำสอนสั่งก่อนละสังขาร บันทึกเมื่อปี 2547


พระเทพวิทยาคม (คูณ ปริสุทโธ) เกิดในครอบครัวชาวนา ที่บ้านไร่ หมู่ที่ 6 ต.กุดพิมาน อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมาเมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2466 ตรงกับวันแรม 10 ค่ำ เดือน 10 ปีกุน โดยเป็นบุตรชายคนโตหัวปีของนายบุญ ฉัตรพลกรัง และนางทองขาว ฉัตรพลกรัง มีพี่น้อง 2 คน

หลวงพ่อคูณ เข้าเรียนหนังสือกับ พระอาจารย์เชื่อม วิรโธ พระอาจารย์ฉาย และพระอาจารย์หลี ซึ่งได้เรียนทั้งภาษาไทยและภาษาขอม ที่วัดบ้านไร่ ตั้งแต่อายุ 6-7 ขวบ พระอาจารย์ทั้ง 3 ยังเมตตาสอนวิชาคาถาอาคมป้องกันอันตรายต่าง ๆ ให้ เหตุนี้หลวงพ่อคูณ จึงมีความเชี่ยวชาญวิชาอาคมต่าง ๆ มาตั้งแต่สมัยยังเป็นเด็ก

เมื่ออายุครบ 21 ปี เข้าอุปสมบท ณ พัทธสีมา วัดถนนหักใหญ่ ในวันที่ 5 พฤษภาคม 2487 ได้รับฉายาว่า "ปริสุทโธ" และฝากตัวเป็นศิษย์หลวงพ่อแดง วัดบ้านหนองโพธิ์ ต.สำนักตะคร้อ อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีว่าเป็นพระนักปฏิบัติทางด้านคันถธุระ และวิปัสสนา อย่างเคร่งครัด และทั้งเป็นพระเกจิอาจารย์พระคณาจารย์ที่เรืองวิทยาคมเป็นอย่างยิ่ง

หลวงพ่อแดง ยังพาไปฝากเป็นลูกศิษย์ "หลวงพ่อคง พุทธสโร" ผู้ทรงคุณทั้งทางธรรม และทางไสยเวทย์ โดยสอนหลวงพ่อคูณ ด้วยการศึกษาพระธรรม ควบคู่กับปฏิบัติพระกัมมัฏฐาน เน้นการมี "สติ" ระลึกรู้ พิจารณาอารมณ์ต่าง ๆ ที่มากระทบและให้เกิดความรู้เท่าทันในอารมณ์นั้น

พร้อมกับสอนพระกัมมัฏฐาน โดยให้ใช้หมวดอนุสติ ด้วยการกำหนด ?ความตาย? เป็นอารมณ์ เรียกว่า ?มรณัสสติ? เพื่อให้ เกิดความรู้เท่าทัน ไม่หลงในอารมณ์ รูป รส กลิ่น เสียง ไม่ประมาทในความโลภ ความโกรธ และความหลง

กระทั่งหลวงพ่อคงเห็นว่า หลวงพ่อคูณมีความรอบรู้ชำนาญการปฏิบัติธรรมดีแล้ว จึงแนะนำให้ออกธุดงค์จาริกไปตามป่าเขาลำเนาไพร ฝึกปฏิบัติธรรมเบื้องสูง ท่านจาริกไปจนถึงป่าลึกประเทศลาว และกัมพูชา

เมื่อกลับมาที่วัดบ้านไร่ เริ่มสร้างอุโบสถในปี พ.ศ.2496 ปัจจุบันอุโบสถหลังดังกล่าวรื้อลงและก่อสร้างหลังใหม่แทนแล้ว นอกจากนี้หลวงพ่อยังได้สร้างโรงเรียน กุฏิสงฆ์ ศาลาการเปรียญ รวมทั้งขุดสระน้ำเพื่อการอุปโภคและบริโภค ขึ้น เพื่อพัฒนาความเจริญของพื้นที่บ้านไร่ และตามมาด้วยการก่อสร้างโรงพยาบาลถึง 3 หลัง และโรงเรียนอื่น ๆ อีกจำนวนมาก พร้อมทั้งยังได้บริจาคเงินทองเพื่อช่วยเหลือสาธารณสุขต่าง ๆ อยู่เสมอ

สิ่งที่ทำให้หลวงพ่อคูณเป็นที่เลื่อมใสศรัทธาของผู้คนและมีลูกศิษย์เป็นจำนวนมาก คือการสร้างวัตถุมงคล ตั้งแต่สมัยบวชได้ 7 พรรษา โดยเริ่มจากตะกรุดโทน ตะกรุดทองคำ ฝังที่ใต้ท้องแขน ณ วัดบ้านไร่ ราว พ.ศ.2493 โดยท่านบอกกับผู้มาขอเสมอว่า "ใครขอ กูก็ให้ ไม่เลือกยากดีมีจน" ปัจจุบันพระเครื่องหลวงพ่อคูณ วัดบ้านไร่ นั้นเป็นที่นิยมและต้องการของลูกศิษย์และนักสะสมพระเครื่องอย่างมาก หลาย ๆ รุ่นมีราคาแพงมากโดยเฉพาะเหรียญหลวงพ่อคูณรุ่นแรก ส่วนเรื่อง "เครื่องรางของขลัง" ของหลวงพ่อคูณคงต้องยกให้ ตะกรุดทองคำหลวงพ่อคูณ ซึ่งจะเป็นตะกรุดทองคำฝังแขน ซึ่งท่านจะมีข้อห้าม 2 ข้อ คือ 1. ห้ามด่าแม่ 2. ห้ามผิดลูกเมียผู้อื่น

ในช่วงวัยชราของท่าน ท่านมีอาการเจ็บป่วยต้องเข้า-ออกโรงพยาบาลมาโดยตลอด โดยหลวงพ่อคูณเริ่มมีอาการอาพาธตั้งแต่ปี 2543 จนกระทั่ง วันที่ 26 เมษายน 2552 ท่านอาพาธด้วยอาการติดเชื้อในกระแสเลือด ส่งผลให้มีอาการซึมเศร้าและต้องเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมาหลายวัน อาการดีขึ้นก็กลับวัดบ้านไร่ ในวันที่ 1 พฤษภาคม 2552 หลังจากนั้นสุขภาพร่างกายของท่านก็อ่อนแอมาอย่างต่อเนื่องจนกระทั่งเมื่อเวลา 05.40 น. ของวันที่ 15 พฤษภาคม 2558 ท่านมีอาการหัวใจหยุดเต้น แพทย์ต้องนำตัวส่งมารักษาที่โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมาอีกครั้ง โดยคณะแพทย์ได้ทำการรักษาอย่างสุดความสามารถ แต่ไม่อาจยื้อชีวิตได้ ท่านได้ละสังขารไปเมื่อเวลา 11.45 น. ของวันที่ 16 พฤษภาคม 2558 สิริอายุ 92 ปี

ข่าวล่าสุด