รายงานของบลูมเบิร์ก ซึ่งอ้างแหล่งข่าวไม่ประสงค์ออกนาม ระบุว่า การพบกันในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ ระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กับคิม จอง อึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ น่าจะเป็นที่ประเทศเวียดนาม แต่ยังคงต้องรอการยืนยันจากทำเนียบขาว ขณะที่สำนักข่าว CNN รายงานว่า สหรัฐฯกำลังพิจารณษความเหมาะสมของสถานที่จัดการประชุมสามแห่ง คือกรุงฮานอยของเวียดนาม รัฐฮาวายของสหรัฐฯ และกรุงเทพมหานครที่ประเทศไทย
แหล่งข่าวที่ทราบข้อมูลเรื่องการเตรียมการบอกกับบลูมเบิร์กว่า กรุงฮานอยน่าจะเป็นสถานที่จัดการประชุมสุดยอดครั้งที่2 ของผู้นำสหรัฐฯและเกาหลีเหนือ หลังจากที่ทั้งคู่พบกันที่สิงคโปร์เมื่อปีที่แล้ว
อีกสองเมืองในเวียดนามที่ถูกพิจารณาคือโฮจิมินห์ซิตี้ทางใต้ และเมืองดานัง ซึ่งเป็นสถานที่จัดการประชุมความร่วมมือเศรษฐกิจของกลุ่มเอเปค (Asia-Pacific Economic Cooperation)
เมื่อวันศุกร์ทำเนียบขาว เปิดเผยว่าการประชุมสุดยอดครั้งที่ 2 ระหว่างประธานาธิบดีทรัมป์และผู้นำนายคิม จะมีขึ้นในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์นี้ แต่ยังไม่ระบุวันเวลาและสถานที่ที่ชัดเจน
แถลงการณ์ดังกล่าว มีขึ้นหลังจากที่ประธานาธิบดีทรัมป์หารือกับนายพลสี่ดาว คิม ยอง ชอล มือขวาของผู้นำคิม จอง อึน แห่งเกาหลีเหนือ เป็นเวลาราว 90 นาทีที่ทำเนียบขาว เมื่อวันศุกร์ ซึ่งสื่อมวลชนต่างคาดว่านายพลคิม ยอง ชอล ได้หารือถึงความคืบหน้าการยุติโครงการนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือ รวมทั้งมอบจดหมายจากผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ มาส่งถึงมือผู้นำสหรัฐฯ
ด้านประธานาธิบดีทรัมป์ กล่าวว่าเขาเฝ้ารอที่จะมีการประชุมสุดยอดนัดใหม่เกิดขึ้น
อย่างไรก็ตาม นับตั้งแต่การเจรจาสุดยอด "ทรัมป์-คิม" ครั้งแรก ที่สิงคโปร์ เมื่อ 12 มิถุนายนปีที่แล้ว ก็แทบไม่มีความคืบหน้าการยุติโครงการนิวเคลียร์ในเกาหลีเหนือออกมาให้เห็น
ซึ่งทางนางซาราห์ ฮัคเคอร์บี แซนเดอร์ส โฆษกหญิงประจำทำเนียบขาว กล่าวว่า การเจรจานิวเคลียร์นั้นมีความคืบหน้าอยู่ แต่ทางสหรัฐฯ ยังคงเดินหน้ากดดันและยังคงใช้มาตรการลงโทษทางเศรษฐกิจต่อเกาหลีเหนือต่อไปในช่วงนี้