รมต.คลัง อภิศักดิ์ตันติวรวงศ์ เผยว่า กระทรวงเตรียมออกโครงการเกี่ยวกับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุโดยปัจจุบันภาครัฐมีการแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่าย จำนวน 600 บาทต่อเดือนให้ผู้สูงอายุ 60ปีขึ้นไปนั้น อาจไม่สอดคล้องกับค่าใช้จ่ายจริงเพราะผู้สูงอายุบางรายมีรายได้เพียงพอแล้ว ขณะที่ผู้สูงอายุที่มีรายได้น้อย เงิน 600บาทยังไม่เพียงพอโดยปัจจุบันมีผู้สูงอายุ60 ปีขึ้นไป ได้รับเบี้ยผู้สูงอายุประมาณ 8 ล้านคน เป็นผู้มีรายได้น้อย ได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐประมาณ 3 ล้านคน อีก 5 ล้านคนอาจมีรายได้เพียงพออยู่แล้วและมีการใช้งบประมาณปีละ 6-7 หมื่นล้านบาท
ดังนั้นช่วงปลายเดือนมกราคมนี้จะมีโครงการสละเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ แต่ไม่ได้เป็นการบังคับอยู่ที่ความสมัครใจโดยโครงการนี้ได้ประสานไปยังสมาคมธนาคาร เพื่อให้ช่วยประชาสัมพันธ์โครงการผ่านสาขาธนาคารและโฆษณาผ่านตู้ATM เพื่อชักจูงลูกค้าเข้ามาร่วมแคมเปญมากขึ้นเพราะธนาคารมีข้อมูลของลูกค้าอยู่แล้วจะช่วยให้ตรวจสอบและประชาสัมพันธ์ได้ง่ายขึ้น ซึ่งผู้ที่เข้าร่วมโครงการในช่วง2 เดือน คือ ก.พ.-มี.ค.นี้ จะได้รับเหรียญพระคลังปลุกเสกเป็นที่ระลึก
ทั้งนี้หากมีผู้เข้าร่วมโครงการมาก เงินที่ถูกสละสิทธิ์จะถูกส่งเข้ากรมบัญชีกลางจากนั้นจะนำเข้ากองทุนชราภาพและมอบให้แก่ผู้สูงอายุที่มีรายได้น้อยและไม่เพียงพอต่อไปจากเดิมที่เคยได้ 600 บาท ก็จะเป็น 1,000บาท/คน/เดือน แต่ท้ายที่สุดต้องดูว่ามีผู้เข้าร่วมโครงการมากน้อยแค่ไหนเพราะตอนนี้ยังไม่สามารถประเมินได้