รมว.การคลัง อภิศักดิ์ตันติวรวงศ์ เผยว่า กระทรวงการคลังได้ประมาณการการเติบโตของเศรษฐกิจไทยปี 2562 จะเติบโตได้ 4% ขณะที่เศรษฐกิจปี 2561 ที่ผ่านมาคาดว่าจะเติบโตที่ 4.1-4.2%ซึ่งถือว่ายังเติบโตได้เต็มศักยภาพระดับ 4-5% ตามที่รัฐบาลตั้งเป้าไว้ในการบริหารเศรษฐกิจของประเทศตั้งแต่เข้ามาทำงานในช่วง3-4 ปีที่ผ่านมาและได้ดำเนินการรองรับความผันผวนของเศรษฐกิจโลกได้ดี แม้ว่าจะมีความเสี่ยงอยู่มากโดยเฉพาะภาคการส่งออกในปีนี้ อาจเป็นตัวฉุดเศรษฐกิจแต่มั่นใจว่าเศรษฐกิจไทยจะไม่มีวิกฤตต้มย้ำกุ้งเหมือนปี 2540 อีก
รมว.คลัง ยังบอกอีกว่ามั่นใจว่าจะมีการเลือกตั้งในเดือนมีนาคมแน่นอน ดังนั้น ในการทำงานอีก 5 เดือนที่เหลือนี้ กระทรวงการคลังยังคงทำหน้าที่ให้เศรษฐกิจขยายตัวได้อย่างต่อเนื่องลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจแต่การใช้เงินดำเนินการจะต้องไม่ทำให้เสียวินัยการเงินการคลัง
ส่วนการเลือกตั้งทำให้นักลงทุนภาคเอกชน ชะลอการลงทุนโครงการใหม่ๆดังนั้นรัฐบาลต้องเร่งการลงทุนโครงการภาครัฐและรัฐวิสาหกิจ ไม่ให้ชะลอตัวเพราะมองว่าปัจจัยภายในประเทศจะเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจหลักและที่ผ่านมาธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายอีก 0.25% เป็น 1.75% ทำให้รัฐบาลต้องมีมาตรการคลังเพิ่มเติมเข้าไปชดเชย
ทั้งนี้ ธนาคารโลกมีการประเมินว่าเศรษฐกิจไทยปีนี้จะเติบโตได้3.8% ถือเป็นเรื่องปกติที่ธนาคารโลกประเมินต่ำกว่าที่คาดการณ์อยู่ตลอดในช่วง10-20 ปี ที่ผ่านมา และก็จะมีการปรับขึ้นให้ในภายหลังทุกคลังโดยในปี 2561 เศรษฐกิจเติบโตมากว่า 4% แต่ธนาคารโลกประเมินให้เศรษฐกิจขยายตัวได้3.5-3.6% เท่านั้น และเศรษฐกิจไทยถือว่าเติบโตได้ดีที่สุดในกลุ่มประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่