เมื่อวันที่ 17 ม.ค. ที่กองบังคับการสืบสวนสอบสวน กองบัญชาการตำรวจนครบาล(บก.สส.บช.น.) พล.ต.ต.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ ผบก.สส.บช.น. พร้อมด้วยพ.ต.อ.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รองผบก.สส.บช.น. พ.ต.อ.กฤษณะ วัฒนธำรง ผกก.สส.1บก.สส.บช.น. พ.ต.ท.โอภาส หาญณรงค์ รองผกก.สส.1 บก.สส.บช.น. พ.ต.ท.อรรชวศฺษฏ์ศรีบุญยมานนทน์ รองผกก.สส.1 บก.สส.บช.น. พ.ต.ท.เสฏฐวุฒิ จิตปลอดโปร่ง สว.กก.สส.1ร.ต.ท.ครรชิต ขวัญคำ รองสว.กก.สส.1 ร.ต.อ.สุวัฒน์ เกื้อกูลวงศ์ รองสว.กก.สส.1ร.ต.อ.กฤตวัฒน์ ขุนอินทร์ ร.ต.ต.ปรินทร พลรัตน์ธนาสิทธิ รองสว.กก.สส.1และชุดสืบสวนกก.สส.1 ได้เข้าจับกุมนายอาทิตย์ หรือตุ้ย สีจันทร์ผ่อง อายุ 31 ปีข้อหาเป็นผู้สมคบกันกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดและได้กระทำความผิดเพราะเหตุที่สมคบ ตามหมายจับศาลอาญาที่ 2880/2561 วันที่ 24ธ.ค.2561 มีอายุความ 30 ปี โดยสามารถจับกุมได้ที่บริเวณร้านล้างรถหน้าบ้านเลขที่400/2 ถนนรามคำแหง 39 (เทพลีลา) แขวงพลับพลา เขตวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร
ทั้งนี้ สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 17 ม.ค.เวลา 16.00 น. ชุดสืบสวนกก.สส.1 บก.สส.บช.น. ได้รับแจ้งจากสายลับว่า นายอาทิตย์ สีจันทร์ผ่อง ได้ปรากฎอาชีพเปิดร้านล้างรถ บริเวณบ้านเลขที่ 400/2 ถนนรามคำแหง 39 (เทพลีลา) แขวงพลับพลา เขตวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร โดยมีหมายจับศาลอาญาที่ 2880/2561 วันที่ 24 ธ.ค.2561 ข้อหาเป็นผู้สมคบกันกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด และได้กระทำความผิดเพราะเหตุที่สมคบ หลังจากก่อนหน้านี้นายสุภกฤษฎิ์หรือโฟค อาจแก้ว อายุ 29 ปี ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.สุทธิสาร จับกุมพร้อมของกลางยาไอซ์ น้ำหนัก 72.39 กรัม สถานที่จับกุม ภายในซอยอินทามระ 33 แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 5 มิ.ย.61 ที่ผ่านมา ซัดทอดว่ารับยาเสพติดดังกล่าวมาจากนายอาทิตย์
จากการสอบสวนนายสุภกฤษฎิ์หรือโฟค เป็นเพื่อนที่รู้จักกันกับนายอาทิตย์มาเป็นเวลานาน ซึ่งใช้ช่องทางการติดต่อกับนายอาทิตย์ผ่านโปรแกรมการสนทนาเมสเซนเจอร์ ( messenger ) ในระบบเฟชบุ๊กซึ่งนายอาทิตย์ใช้ชื่อในระบบเฟชบุ๊กว่า "ตุ้ย ทเวลฟ์พลัส" เมื่อตกลงซื้อยาเสพติดได้แล้วนายสุภกฤษฎิ์จะใช้ช่องทางการชำระเงินค่ายาเสพติดให้กับนายอาทิตย์ ฯ ผ่านทางโทรศัพท์มือถือในการใช้แอพพลิเคชั่นโอนเงินผ่านระบบพร้อมเพย์ หลังจากนั้นจะนัดรับยาเสพติดตามจุดที่นัดหมายกัน
ตรวจสอบข้อมูลในโทรศัพท์มือถือของ นายสุภกฤษฎิ์ พบว่า เมื่อวันที่ 21 พ.ค. 2561 เวลาประมาณ 19.20 น.ได้ติดต่อซื้อยาเสพติดแบ่งเป็น ยาบ้า จำนวน 2 มัด และยาไอซ์ จำนวน 1 ถุง ซึ่งนายอาทิตย์ได้ส่งรูปถ่ายยาเสพติดให้นายสุภกฤษฎิ์ดู ต่อมาเวลา 20.32 น. นายสุภกฤษฎิ์ ได้โอนเงินค่ายาเสพติดดังกล่าวผ่านโทรศัพท์มือถือของตนเอง จำนวน 2 ครั้ง ครั้งที่หนึ่งจำนวนเงิน 50,000 บาท ครั้งที่สอง จำนวนเงิน 28,000 บาท รวมเป็นเงิน 78,000 บาท ให้นายอาทิตย์ โดยเป็นตัวกลางขายต่อให้ลูกค้ารายย่อยอื่นๆ อีกทอดหนึ่ง
เบื้องต้นนายอาทิตย์ยังให้การปฏิเสธ ว่าไม่เกี่ยวข้องกับการค้ายาเสพติด ส่วนร้านล้างรถ หรือคาร์แคร์ดังกล่าว ได้ใช้เงินบิดาในการเปิด อย่างไรก็ตาม จากตรวจสอบประวัตินายอาทิตย์พบว่าเคยถูกจับกุมข้อหาจำหน่ายยาเสพติดเมื่อปี 2557 และถูกตัดสินจำคุก 2 ปี โดยเพิ่งพ้นโทษออกมา ทั้งนี้ หมายจับดังกล่าวเป็นเคสเครือข่ายยาเสพติด ของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและ ปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ที่ขยายผลเร่งรัดมาให้จับกุม เบื้องต้นชุดสืบสวนจึงได้ควบคุมตัวนายอาทิตย์ส่งพนักงานสอบสวน สน.สุทธิสาร เพื่อดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป