เนชั่นทีวี

ข่าว

สธ.จัดทีมแพทย์เข้าสู่ชุมชนพื้นที่เสี่ยง PM 2.5 แพทยสภาแนะเลี่ยงเข้าพื้นที่สีแดง

18 ม.ค. 2562 | tanpisit_ler

สธ.จัดทีมแพทย์เข้าสู่ชุมชนพื้นที่เสี่ยง PM 2.5 แพทยสภาแนะเลี่ยงเข้าพื้นที่สีแดง

หมอแนะหลีกเลี่ยงประชาชนเข้าพื้นที่สีแดง ปรับเวลาในการเข้าพื้นที่ให้น้อยที่สุด โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง คือ เด็กเล็ก ผู้สูงอายุและผู้ป่วยภูมิแพ้ หอบหืด ทางเดินหายใจ ฯลฯ และป้องกันตัวเองจากฝุ่นละออง ส่วนการแก้ไขระยะยาว คือ ทุกฝ่ายในเครือข่ายร่วมมือและกำหนดมาตรการจริงจังเพื่อลดปริมาณฝุ่นละอองลง และสนับสนุนมาตราการระยะยาว เช่น การปลูกต้นไม้ในเมือง

17 มกราคม 2562กระทรวงสาธารณสุข, แพทยสภาจัด งานเสวนาเรื่อง "ฝุ่นละอองPM 2.5 กับปัญหาสุขภาพและแนวทางแก้ไข" ศ.ดร.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา นายกแพทยสภา กล่าวถึงความจำเป็นเร่งด่วนที่ประชาชนควรปฏิบัติตัวในช่วงที่มีปัญหาฝุ่นละอองPM 2.5สังคมในตอนนี้เกิดการตื่นตัวจนถึงขั้นตื่นตระหนก จริงๆแล้วกระบวนการป้องกันตัวเองสามารถทำได้มากกว่าการใช้หน้ากากเน้นสิ่งที่ต้องทำในวันนี้ก่อน ซึ่งต้องอาศัยข้อมูลจากหน่วยงานต่างๆและแนวทางในการศึกษา เพื่อนำไปสู่การแก้ไขในระยะยาวได้ลดปัญหาที่จะกระทบสุขภาพของประชาชน

นายกแพทยสภา ฝากข้อปฏิบัติสำหรับประชาชนทั่วไป 3ประเด็น คือ 1.สภาวะปัญหาฝุ่นจิ๋วในแต่ละช่วงเวลาของวันไม่เหมือนกันอยากให้ตรวจสอบดูว่าในพื้นที่ที่เราอยู่อาศัยนั้น มีความเข้มข้นของฝุ่นละอองมากน้อยเพียงใดเพื่อหลีกเลี่ยงช่วงเวลาที่มีฝุ่นพิษเข้มข้นเกินขนาดไม่เปิดหน้าต่างและลดกิจกรรมกลางแจ้งในช่วงเวลาดังกล่าว

2. ต้นไม้เป็นเครื่องฟอกอากาศที่ดีประชาชนสามารถร่วมมือกันกำจัดปัญหานี้ได้ ด้วยการปลูกต้นไม้ในบ้านเรือน ถ้าเป็นไปได้ควรเป็นต้นไม้ใหญ่ เพื่อให้ต้นไม้ช่วยลดปริมาณฝุ่นละอองได้ในระยะยาว

3. อยากให้ประชาชนทำความเข้าใจและปฏิบัติตามข้อมูลของสมาคมอุรเวชช์แห่งประเทศไทย เกี่ยวกับมาตรการ ลด ละ เลิกในพื้นที่ที่มีปัญหาฝุ่นควันพิษมาก อาจจะต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เช่น โรงเรียนอาจต้องพิจารณาปรับเปลี่ยนเวลาเข้าเรียน หรือ งดกิจกรรมการแจ้งสำหรับนักเรียนตลอดจน การออกกำลังกายและการวิ่งมาราธอนต้องศึกษาสภาพอากาศในพื้นที่และช่วงเวลากิจกรรมก่อน

ด้านนพ.สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุขกล่าวถึงบทบาทของกระทรวงสาธารณสุขต่อปัญหาสุขภาพ ฝุ่นละออง PM 2.5 ว่ากระทรวงสาธารณสุขได้จัดตั้งหน่วยงานศูนย์ปฏิบัติการแพทย์สาธารณสุข EOC ขึ้นคอยประสานงานกับกรมอนามัย กรมการแพทย์ ฯลฯ จัดเตรียมข้อมูลเผยแพร่และมีระบบเฝ้าระวังและเตือนภัย โดยรวบรวมข้อมูลอัพเดตตลอด 24 ชั่วโมงเพื่อจัดทำชุดข้อมูลเผยแพร่การป้องกันและดูแลสุขภาพเบื้องต้นแก่ประชาชนในส่วนของปฏิบัติการเชิงรุก ได้ประสานเครือข่ายจัดทีมแพทย์เคลื่อนที่เข้าสู่ชุมชนในพื้นที่เสี่ยง และสั่งการให้โรงพยาบาลในเขตกทม และสังกัดกระทรวงเตรียมพร้อมรองรับและบริการประชาชน


พล.อ.ต.นพ.อิทธพร คณะเจริญ เลขาธิการแพทยสภากล่าวสรุปในช่วงท้ายของการเสวนาครั้งนี้ว่า ปัญหาฝุ่นจิ๋ว PM 2.5นี้เกิดขึ้นทุกปีในช่วงเวลาเดียวกันนี้ ไม่ใช่ปัญหาใหม่แต่ครั้งนี้มีมากขึ้นจนประชาชนรับรู้ และตระหนัก นำไปสู่การร่วมคิดร่วมใจกันแก้ไขปัญหา ถือเป็นจังหวะที่ต้องเร่งแก้ไขทางแพทยสภาจึงจัดการระดมความคิดเสวนาขึ้นโดยนำข้อมูลสรุปเสนอสื่อมวลชน และเตรียมนำไปสู่การสัมมนาร่วมกับผู้เกี่ยวข้องในวงที่ครอบคลุมมากขึ้นเพื่อจัดทำบทสรุป ข้อเท็จจริงทางการแพทย์และข้อเสนอแนะมอบให้ผู้มีอำนาจที่เกี่ยวข้องเป็นแนวทางแก้ไขระดับประเทศที่ยั่งยืนต่อไป

ข่าวล่าสุด