ประธานสมาคมผู้ค้าปลีกไทยวรวุฒิ อุ่นใจ บอกว่าประเทศไทยเป็นเมืองท่องเที่ยวแต่ไม่ค่อยได้รับรายได้จากการช้อปปิ้ง เนื่องจาก 2 สาเหตุหลัก คือโครงสร้างภาษีสรรพสามิต ค่อนข้างสูง และร้านค้าปลอดภาษี หรือ duty free ในไทยมีเพียงรายเดียวซึ่งต่างจากในต่างประเทศ เช่นเกาหลีใต้ ที่มีร้านค้าปลอดภาษี มากกว่า 20 ราย จาก 2ปัจจัยหลักทำให้ค้าปลีกไทยโตไม่เท่าที่ควร ในปี 2561 โต 3% มูลค่า 3ล้านล้านบาทต่ำสุดในอาเซียนนอกจากนี้ยังมีปัจจัยจากการขายสินค้าออนไลน์ซึ่งส่วนใหญ่เป็นสินค้าสีเทา แต่ยังไม่ได้รับผลกระทบกับค้าปลีกมากนัก
นายวรวุฒิบอกอีกว่า ผู้ประกอบการค้าปลีกทุกราย เห็นตรงกันว่าการจะทำร้านค้าปลอดภาษีในไทยเป็นไปได้ยากเพราะไม่ค่อยมีความโปร่งใส และผูกขาดอยู่รายเดียวเป็นสิ่งที่ถูกจับตามองจากในต่างประเทศกระทบต่อภาพลักษณ์ และปฏิเสธไม่ได้ว่า สำหรับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวแล้วการท่องเที่ยวในเชิงวัฒนธรรมหรือหรือตามแหล่งธรรมชาติต่างๆสามารถดึงนักท่องเที่ยวมาได้อย่างน้อย 1-2 ครั้งแต่สิ่งที่จะทำให้นักท่องเที่ยวกลับมาซ้ำๆคือการช้อปปิ้งจึงควรผลักดันให้ไทยเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวและช้อปปิ้งที่ปลอดภาษี จะทำให้ GDPไทยโตได้อีก 2%และรัฐจะสามารถจัดเก็บภาษีได้จากธุรกิจต่อเนื่องจากการท่องเที่ยวได้อีก
ทั้งนี้ พรุ่งนี้ (18 ม.ค. 2561) สมาคมผู้ค้าปลีก จะไปยื่นหนังสือต่อนายกรัฐมนตรีพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ให้แก้ไขปัญหาปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิต เพิ่มจุด vat Refund รวมถึงความโปร่งใสของการทำร้านค้าปลอดภาษีที่ทำเนียบรัฐบาลเวลา 10.00 น. ขณะที่ บมจ.ท่าอากาศยานไทย (ทอท.)เตรียมประมูลร้านค้าปลอดภาษีในสนามบินสุวรรณภูมิ และในภูมิภาค ภายในเดือนม.ค.นี้เช่นกัน