กรีนพีซ เอเชียตะสันออกเฉียงใต้ ประจำประเทศไทย เรียกร้องให้กรมควบคุมมลพิษ ปรับปรุงเกณฑ์ค่ามาตรฐานการรายงานคุณภาพอากาศ ทั้งรายวันและรายปี ให้ใกล้เคียงกับองค์การอนามัยโลก ซึ่งใช้เกณฑ์ 25 แต่ไทยใช้ 50 เพื่อให้ใกล้เคียงเป็นมาตราฐาน และพัฒนาคุณภาพอากาศ ไปพร้อมๆ กัน พร้อมเรียกร้องให้ความสำคัญ ไม่ควรบอกว่าประชาชนสามารถใช้ชีวิตตามปกติหากเห็นว่าคุณภาพอากาศที่แย่หน.โครงการออากาศดีคืนกลับมา บอกว่า แม้มลพิษที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่ใน กทม.จะมาจากรถยนต์เป็นส่วนใหญ่ แต่มลพิษทางอากาศไม่ใช่ลอยอยู่กับที่ สามารถที่จะลอยข้ามมาจากพื้นที่ต่างๆ หรือ มลพิษที่ข้ามพรหมแดน จึงเรียกร้องให้กรมควบคุมมลพิษตรวจวัดค่ามลพิษที่ออกมาจากปากปล่องโรงงานอุตสาหกรรม และ โรงไฟฟ้าถ่านหิน ซึ่งเป็นสิทธิที่ประชาชนควรจะรับรู้ หารตรวจจากปลายป่องจะแตกต่างจากการตรวจภาคพื้นดิน มีปรอท โลหะ แค่ไหน เพื่อให้ประชาชนป้องกันได้มากขึ้น
ที่ผ่านมายังไม่เห็นการลงมือที่เป็นรูปธรรมมากเท่าที่ควร ยังไม่มีนโยบายรูปแบบที่ชัดเช่นว่าตรวจวัดอย่างไร กำหนกการวัดอย่างไร ควรมีแผนคำนึงถึงมลพิษทางอากาศเป็นลำดับแรก การแก้ที่ต้นตอหากเกิดภาวะวิกฤต ควรกำหนดให้เป็นวาระแห่งชาติในเรื่องการจัดการมลพิษทางอากาศที่ประชาชนสามารถตรวจสอบ ได้ กำหนดแผนให้ 4 จุด
สำหรับการฉีดน้ำเป็นการแก้ปัญหาเฉพาะทาง ซึ่งค่าฝุ่นละออง PM2.5 มันเล็กมาก การฉีดน้ำบางส่วน สายน้ำที่ไม่แรงมากพอ จึงไม่สามารถจับฝุ่นละอองได้ ไม่เห็นผลที่แท้จริง และ ควรต้องแก้ปัญหาที่ต้นทางนับจากนี้ ยังคงต้องติดตามเป็นระยะ เพราะลมหนาว รอบแรก 19-22 และ จะมีลมหนาวว 26-28 มกราคม แต่อธิบดีอุตุยืนยันว่ามลพิษจะไม่รุนแรงเท่าครั้งก่อนๆ