กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ. ทีโอที ดร.มนต์ชัย หนูสง เผยว่า ในปี 2562 ทีโอที ตั้งเป้ารายได้จากการดำเนินงานประมาณ 56,500 ล้านบาท โดยมีกำไรจากการดำเนินงานโดยทีโอทีจำนวนประมาณ 25,300 บาท และมาจากรายได้การดำเนินงานของพันธมิตรจำนวนประมาณ 31,200 บาท และกำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษีและค่าเสื่อม หรือ EBITDA ประมาณ 11,070 ล้านบาท
จากปีที่แล้วที่ทีโอที มีรายได้และกำไรเติบโตในระดับที่น่าพึงพอใจ โดยมีแหล่งรายได้หลักมาจากธุรกิจบรอดแบนด์ และเครือข่ายพันธมิตรมือถือ ช่วยผลักดันรายได้ของทีโอทีปี 2561 มีรายได้รวมประมาณ 45,500 ล้านบาท เติบโตถึง 28.9% จากปีก่อนหน้าที่มีรายได้รวมอยู่ที่ 34,300 ล้านบาท ส่วนปี 2561 มี EBITDA ประมาณ 12,400 ล้านบาท ทำให้มีกำไรสุทธิมูลค่าประมาณ 2,170 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2560 ที่มีผลขาดทุน 4,300 ล้านบาท
ทั้งนี้ในปี 2561 ทีโอที ได้ดำเนินโครงการสำคัญที่สอดคล้องตามยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ซึ่ง ทีโอที ได้มีบทบาทในด้านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมและเทคโนโลยีสมัยใหม่ ในพื้นที่ที่ยังมิได้รับการพัฒนา ตลอดจนดำเนินงานโครงการที่มีเป้าหมายเพื่อให้เกิดการใช้ประโยชน์สูงสุดจากเทคโนโลยีดิจิทัล ซึ่งถือเป็นหนึ่งในปัจจัยการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมไทยในปัจจุบัน ทั้งนี้ โครงการสำคัญระดับประเทศในปี 2561 ได้แก่ โครงการเน็ตประชารัฐ หลังจาก ทีโอที ได้เสร็จสิ้นการดำเนินงานติดตั้งและขยายโครงข่ายอินเทอร์เน็ตไปยังหมู่บ้านที่ไม่มีศักยภาพเชิงพาณิชย์จำนวน 24,700 หมู่บ้านทั่วประเทศไทยเมื่อปี 2560 ต่อเนื่องในปี 2561
โครงการขยายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต (Big Rock) โดยได้ร่วมพัฒนาคุณภาพชีวิตด้วยเทคโนโลยีโครงข่ายอินเทอร์เน็ตเคเบิลใยแก้วนำแสง (Fiber Optic) ไปยังโรงเรียนและโรงพยาบาลของรัฐที่ยังไม่มีโครงข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง และดำเนินงานขยายความจุอินเทอร์เน็ต (Bandwidth) ไปยังโรงพยาบาล เพื่อรองรับการตรวจรักษาทางไกล (Tele-Medicine)
ซึ่งในปีนี้ ทีโอทีได้เสนอแผนให้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) พิจารณาการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC ครอบคลุมการพัฒนาระบบสื่อสารในเครือข่าย 5G โดยทีโอทีจะเป็นเจ้าภาพในการสร้างโครงข่ายพื้นฐานให้โอเปอเรเตอร์ต่างๆ มาทดลองให้บริการ ซึ่งกระทรวงดีอีได้ให้ความเห็นชอบแล้ว ส่วนเรื่องเงินลงทุนและเทคโนโลยีอาจจะต้องมีพันธมิตรเข้ามาช่วย