พล.ต.ต.จิรสันต์แก้วแสงเอก รอง ผบช.นเปิดเผยว่า บช.น. มีมาตรการไม่ให้รถขนาดใหญ่วิ่งเข้ามาในเขต กทม.ชั้นใน ส่วนใหญ่จะเป็นรถดีเซลที่ปล่อยควันพิษ PM 2.5 เข้ามาในช่วงเวลาเร่งด่วนอยู่แล้ว ส่วนนอกเวลาเร่งด่วน เราได้ประสานขอความร่วมมือเพื่อให้งดวิ่งกรณีที่ไม่มีความจำเป็น ในส่วนของกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรของ บช.น. มีทั้งหมด 4,353 นาย หลังจากนี้ ทาง กต.ตร.สน.ประเวศ จะนำมามอบให้จนครบทุกคน
ทั้งนี้ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. ได้สั่งการให้มีการพิจารณาเพิ่มด่านตรวจจากเดิมมี 12 ด่าน เป็น 20 ด่าน ซึ่งทาง บช.น.จะพิจาณาสอดคล้องกับสถานการณ์ โดยดูตามที่กรมควบคุมมลพิษได้กำหนดเขตใดที่มีค่าPM มาก เขตนั้นก็จะได้รับการพิจารณาตั้งจุดตรวจ เช่น เขตจตุจักร บางคอแหลม บางชัน บางขุนเทียน เขตธนบุรี เพื่อกวดขันให้ปริมาณ PM 2.5 ลดลง 50%
ด้าน พล.ต.ต.นิธิธรจินตกานนท์ ผบก.จร.เปิดเผยว่า ตามที่กรมควบคุมมลพิษให้ข้อมูลฝุ่น PM 2.5 กว่า 60 % มาจากรถดีเซลที่เผาไหม้ไม่หมด ส่วนอีก 40% เป็นสถานที่ เช่น วัด รถไฟฟ้า หรือที่อื่นๆ ส่วนด่านตรวจเดิม 12 จุด กระจายรอบ กทม.ชั้นนอก แถวบางนา กาญจนาภิเษก ลาดกระบัง ที่ พล.ต.อ.ศรีวราห์ ได้สั่งการให้พิจารณาเพิ่มนั้น ขณะนี้มีเครื่องมือ 12 ชุด จึงต้องประสานกับทางกรมควบคุมมลพิษอีก 8 ชุด นอกจากนี้ ยังมีเส้นทางถนนพระราม 2 ที่มีรถขนาดใหญ่ผ่าน ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจหยุดตั้งด่านไปนาน 1 ปี เพราะกระทบเรื่องการจราจร ตนได้ให้เจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบหาจุดที่จะไม่กระทบกับการจราจรแล้ว หลังจากนี้คงต้องมีด่านตรวจด้วย