ขอย้อนให้ได้ทราบถึง 3 ปัญหาเรื้อรังบนเกาะเสม็ด ประกอบด้วย1.ปัญหาความไร้ระเบียบ ทั้งการจราจร ขยะ จุดจอดรถ ราคาอาหารละที่พัก ซึ่งในส่วนนี้ได้รับการแก้ไขจัดระเบียบไปบ้างแล้ว2.ปัญหาแนวเขตอุทยานแห่งชาติเกาะเสม็ด-เขาแหลมหญ้า ทับซ้อนกับที่ดินทำกินของชาวบ้าน และยังมีเขตราชพัสดุซ้อนอยู่อีกชั้น ปัญหานี้ล่าสุดร้ายแรงหนัก เพราะหน่วยงานรัฐบางหน่วยได้รังวัดพื้นที่ใหม่ และกำหนดแนวเขตล้ำเข้าไปในที่ดินทำกินหรือรีสอร์ทที่เปิดมานาน และ3.ปัญหาราคาค่าน้ำประปาแพง เพราะต้องสั่งซื้อน้ำจากบนฝั่ง
เมื่อวาน เจ้าหน้าที่ระดับสูงจากสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ได้ลงพื้นที่จังหวัดระยอง และได้เชิญผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เข้าร่วมประชุมเพื่อหาทางออกของทุกปัญหาการลงพื้นที่ของเจ้าหน้าที่สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ก็เพื่อเก็บข้อมูลทั้งหมดไปเสนอต่อประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน ซึ่งจะลงพื้นที่อีกครั้งในวันที่ 29 มกราคมนี้
ปัญหาในเรื่องที่ดิน หน่วยงานรัฐยอมรับตรงกันว่ามาจากความไม่ชัดเจนในการกำหนดแนวเขตพื้นที่ว่าอยู่ในความรับผิดชอบของหน่วยงานใดกันแน่ เป็นของกรมธนารักษ์ หรือกรมอุทยานแห่งชาติฯ ทำให้เกาะเสม็ดสูญเสียโอกาสการพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวระดับโลก
ขณะที่ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเกาะเสม็ด-เขาแหลมหญ้า บอกว่า หากทุกฝ่ายยึดตามพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตอุทยานฯ เมื่อปี 2524 ก็คงจะไม่เกิดปัญหาขึ้น ทั้งปัญหาแนวเขตที่ดินทับซ้อน และปัญหาการเดินหน้าโครงการวางท่อน้ำประปาด้วยน่าสนใจว่าปัญหานี้ ทางผู้ตรวจการแผ่นดินจะจัดการให้เรียบร้อยไร้ปัญหาตามมาได้อย่างไร