รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์ เป็นประธานการประชุมติดตามความคืบหน้าการเฝ้าระวังผลกระทบต่อสุขภาพจากฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ในกรุงเทพฯและปริมณฑล โดยมีกรมอนามัย กรมควบคุมมวลพิษ กองสาธารณสุขฉุกเฉิน สำนักอนามัยกรุงเทพมหานคร โรงพยาบาลราชวิถี ร่วมประชุม และได้เปิดศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุข เพื่อเฝ้าระวังและประสานงานในสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็ก
รองอธิบดีกรมควบคุมมลพิษ นายเถลิงศักดิ์ เพ็ชรสุวรรณ บอกว่า ช่วงเวลา 7 โมงเช้าได้ทำการตรวจวัดค่าฝุ่นละออง พบว่า มี 37 เขตยังมีค่าฝุ่นละอองเกิดค่ามาตรฐาน เฉลี่ยอยู่ที่ 46-90 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร แต่ล่าสุดตรวจวัดตอน 11 โมง พบว่า ค่าฝุ่นละอองลดลง ค่าสูงสุดอยู่ที่ 18 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ซึ่งสถานการณ์โดยรวมดีขึ้น
ด้านกรมอนามัย ยังคงเน้นย้ำห้ามออกจากบ้านโดยไม่จำเป็น งดกิจกรรมการแจ้ง และถ้าไม่จำเป็นอย่าไปในพื้นที่เสี่ยง หรือหากต้องไปจริงๆ ให้ใช้เวลาอยู่ที่นั้นน้อยที่สุด โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง คือเด็ก ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยโรคระบบทางเดินหายใจ และหญิงตั้งครรภ์ และหลังจากนี้กรมอนามัยจะส่งทีมลงพื้นที่ให้ความรู้ประชาชนเพื่อดูแลตัวเอง เช่น โรงเรียน สถานที่สาธารณะ
อย่างไรก็ตามที่ประชุมได้ฝากถึงประชาชนอย่าตื่นตระหนก แต่ให้ตระหนัก การสวมใส่หน้ากากยังเป็นสิ่งจำเป็น แต่สิ่งสำคัญคือต้องใส่ให้ถูกวิธี คือใส่ให้แน่นที่สุด ถ้าไม่แน่นฝุ่นก็เข้าด้านข้างเหมือนเดิม ส่วนว่าจำเป็นต้องเป็น "เอ็นเก้าสิบห้า"มั๊ย ที่ประชุมบอกว่า ไม่จำเป็นต้องเอ็นเก้าสิบห้าก็ได้ เป็นหน้ากากอนามัยธรรมดาแต่ใส่ให้แน่นก็พอ
ผู้สื่อข่าวสอบถามถึงสถิติผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจในช่วงระยะเวลาที่ฝุ่นละอองขนาดเล็กเกินค่ามาตรฐาน นพ.กิตติพงษ์ พนมยงค์ หัวหน้ากลุ่มศูนย์การแพทย์เฉพาะทางด้านอาชีวเวชศาสตร์ โรงพยาบาลนพรัตนราชธานี กรมการแพทย์ บอกว่า กรมควบคุมโรคได้ทำการเก็บข้อมูลตั้งแต่เดือนสิงหาคมถึงธันวาคม ปี 2561 พบว่า มีผู้ป่วย 364 ราย ซึ่งยังอยู่ในเกณฑ์ปกติ ไม่แตกต่างจากปี 2560 แต่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด
ส่วนประเด็นที่ว่า หากเพศชายมีการสูดฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 เข้าไปจำนวนมากจะทำให้เสื่อมสมรรถภาพทางเพศข้อมูลตัวนี้มีระบุในตำราจริงแต่ยากต่อการพิสูจน์ ถึงไม่อยากให้ผู้ชายตื่นตระหนก