อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องสรรพากรเรียกเก็บภาษีหนุ่มรับจ้างเกือบ 483 ล้าน!
จากกรณีที่ นายไพบูลย์ ศรีทอง หนุ่มรับจ้างก่อสร้างโดนเรียกเก็บภาษีพร้อมเบี้ยปรับร่วม 500 ล้านบาท นาย โฆษกกรมสรรพากร ปิ่นสาย สุรัสวดี บอกว่า มีข้อมูลว่าบริษัทหนึ่งเสียภาษีไม่ถูกต้องครบถ้วน มีข้อเท็จจริงเข้ามาที่กรม กรมให้พื้นที่ปราจีนบุรี ลงไปดูแล กรมไปดูแลปรากฏว่าเขายื่นเสียภาษีไม่ถูกต้อง ก็มีการออกหนังสือเชิญพบ และเริ่มต้นประเมินภาษีที่บริษัทที่นายไพบูลย์ เป็นกรรมการ แต่การประเมินมี 4 ครั้ง โดย 3 ครั้งแรกประเมินที่บริษัท แต่ครั้งสุดท้ายเป็นช่วงเวลาที่บริษัทจดเรื่องนิติบุคคล ตามระเบียบเราก็ต้องไปประเมินที่ตัวกรรมการ ซึ่งเป็นผู้ชำระบัญชี เป็นเรื่องภาษีรายได้บุคคล ภาษีมูลค่าเพิ่มครับ
ส่วนที่นายไพบูลย์ อ้างว่า มีคนนำเอกสารไปปลอม และลงเป็นเจ้าของบริษัท โฆษกกรมสรรพากร บอกว่า ถ้าเป็นเรื่องรักษาสิทธิ์ มาคุยกันตรงไปตรงมา ว่ากันตามข้อเท็จจริง แต่บังเอิญเคสนี้เหมือนคุณไพบูลย์ ได้ไปยอมรับในชั้นศาลว่าเป็นกรรมการจริง เรามีหลักฐานทางศาลที่ระบุว่าคุณไพบูลย์ ไปให้การชั้นศาลยอมรับว่าเป็นกรรมการจริง
ขณะที่ภายหลังคดีพลิกอีกแบบ สรรพากร มีนโยบายช่วยเหลือเยียวยา อย่างไรนั้น นายปิ่นสาย บอกว่า บริษัทหลายแห่งที่เอานาย ก. นาย ข. นาง ค. ไปซื้อบัตรประชาชนมาสวมเป็นกรรมการจดทะเบียน ถ้าผู้เสียหายเริ่มรู้ ก็ให้ติดต่อมาทางกรมโดยตรง กรมจะดำเนินการให้ ส่วนตัวบริษัทเอง เราค่อนข้างมีนโยบายชัดเจน ถ้าเราตรวจพบบริษัทใด เอาคนเข้ามาสร้างรายจ่ายอันเป็นเท็จ ก็จะมีการดำเนินการทางกฎหมายที่เข้มงวด ทั้งทางแพ่งและปกครอง ขอร้องว่าอย่าทำ ถ้าทำแล้วเจอโทษสูงสุดเท่าที่เราจะสามารถทำได้
วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวเนชั่นทีวี เดินทางไปพบนายไพบูลย์ ที่บ้านซึ่งเจ้าตัวยอมรับว่า ได้สารภาพในศาลจริง เพราะวันนั้นศาลบอกว่า ยอมรับก็จบ โดนปรับแล้วจบเรื่องเลย คืออยากให้มันจบจึงรับสารภาพไม่คิดว่าผลจะมีผลคดีตามมา
นายไพบูลย์ บอกว่า อย่าพูดว่าทุกอย่างทำตามเอกสาร แล้วเคยลงมาตรวจสอบไหมว่าเขามีศัยภาพทำได้ขนาดนั้นไหม ใครคือไอ้โม่งที่ทำความผิดเอาชื่อไปปลอมแปลง อยากให้หน่วยงานราชการสืบเสาะหาตัว เพราะถ้าอ้างเอกสารคือใช่แต่ไม่ใช่ลายมือตัวเอง