ตามนโยบายกระทรวงยุติธรรม ลดความเหลื่อมล้ำในสังคม สร้างความเป็นธรรมและความสงบสุข ให้เกิดขึ้นแก่ประชาชนในทุกระดับ โดยช่วยเหลือ นายวิโรจน์ สุภาโขง และพวกร้องทุกข์ ว่าเดือดร้อนจากเจ้าหนี้เงินกู้นอกระบบเรียกดอกเบี้ยเกินกฎหมายกำหนด
กลุ่มผู้ร้อง อ้างว่าเมื่อปี 2535-2547 ยืมเงินจากนางจำปา และนายอนันต์ อัตราร้อยละ 5 ต่อเดือน ให้ลงชื่อในสัญญาเงินกู้และหนังสือรับสภาพหนี้ที่ไม่มีการกรอกรายละเอียด ผู้ร้องได้ชำระดอกเบี้ยและเงินต้นคืนแกเจ้าหนี้ครบถ้วน แต่ไม่มีการออกหลักฐานการชำระหนี้
ต่อมามีการฟ้องร้องเป็นคดีแพ่งต่อศาลจังหวัดลำพูนโดยอาศัยสัญญามูลหนี้ตามสัญญาเงินกู้และหนังสือรับสภาพหนี้ที่เจ้าหนี้ และศาลมีคำพิพากษาให้ลูกหนี้ทุกคนแพ้คดี บัดนี้คดีถึงที่สุดแล้ว อยู่ในขั้นตอนการบังคับคดียึดอายัดทรัพย์ออกขายทอดตลาด เป็นเหตุให้กลุ่มผู้ร้องเดือดร้อน ถูกฟ้องขับไล่ไม่มีที่อยู่อาศัย คดีที่ยังไม่ได้ตั้งเรื่องบังคับคดี 8 คดี คดีที่ออกหมายยึดและอายัดแล้ว 11 คดี คดีที่มีการขับไล่4 คดี คดีที่มีการรื้อถอน 1 คดี รวมทุนทรัพย์กว่า 6 ล้านบาท
ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดลำพูน ยุติธรรมและบังคับคดีจังหวัดลำพูน นัดเจรจาไกล่เกลี่ยระหว่างเจ้าหนี้และลูกหนี้ แต่เจ้าหนี้ไม่ยินยอมเข้าร่วมการไกล่เกลี่ย
ต่อมานางจำปา และนายอนันต์ ถูกแจ้งความดำเนินคดีเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา ศาลจังหวัดลำพูน พิพากษาว่า บุคคลทั้งสองกระทำความผิด รวมจำคุกคนละ 20 เดือน และให้นับโทษต่อจากโทษในคดีอื่น จำเลยทั้งสองรับโทษจำคุก และปัจจุบันพ้นโทษแล้ว
ผู้ร้องส่วนใหญ่ ที่ดินตกเป็นของนายทุนเกินกว่า 10ปี ผู้ร้องทั้งหมดต้องการซื้อที่ดินคืน ต้องการให้รัฐบาลช่วยหาแหล่งทุนให้ เมื่อสอบถามถึงความสามารถในการผ่อนชำระกู้เงิน ทั้งหมดไม่มีความสามารถ
ส่วนการดำเนินการกับเจ้าหนี้ อัยการคุ้มครองสิทธิ์ เรียกเจ้าหนี้เข้ามาเจรจาอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งเจ้าหนี้ตอบรับเข้ามาเจรจา ในวันที 15 มกราคา 2562 ณ สำนักงานอัยการจังหวัดลำพูน