ขณะที่ทางด้าน นายอิบราฮิม คาลิน ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติของตุรกีซึ่งเป็นบุคคลเดียวที่สนทนากับนายจอห์น โบลตัน โดยตรง และเข้าได้เรียกร้องไปยังสหรัฐฯ ให้ดำเนินการเรียกคืนสรรพาวุธทั้งหมดที่มอบให้แก่กลุ่มชาวเคิร์ดวายพีจี พร้อมทั้งถอนทหารออกจากฐานทัพที่มีอยู่อย่างน้อย 16 แห่งในภาคเหนือของซีเรียโดยเร็ว
ล่าสุดเมื่อวันศุกร์ที่ 11 มกราคม 2562 พ.อ.ฌอน ไรอัน โฆษกกองกำลังสหรัฐฯ และพันธมิตรในซีเรีย แถลง ว่ากองทัพสหรัฐฯเริ่มกระบวนการเคลื่อนย้ายสรรพาวุธเบาออกจากซีเรียแล้ว แต่ทหาร ทั้งหมดที่มีอยู่ยังคงปฏิบัติหน้าที่ และด้วยเหตุผลด้านความมั่นคง กองทัพสหรัฐฯ ขอสงวนข้อมูลเกี่ยวกับตำแหน่งที่ตั้งของฐานประจำการ ระยะเวลา และการเคลื่อนไหวของทหาร ในช่วงของการเตรียมการเพื่อถอนกำลังออกจากซีเรีย
ข้อมูลดังกล่าวสอดคล้องกับคำบอกเล่าของชาวบ้าน ในพื้นที่ส่วนใหญ่ ว่าพบเห็นการเคลื่อนย้ายสรรพาวุธของกองทัพสหรัฐฯ ข้ามพรมแดนระหว่างซีเรียกับอิรักตลอดทั้งวันศุกร์ที่ผ่านมา แต่ยังไม่มีการเคลื่อนไหวของทหารสหรัฐฯ
ขณะที่องค์กรสังเกตการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนซีเรีย ( เอสโอเอชอาร์ ) มีการให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันนี้กองกำลังสหรัฐฯ และพันธมิตรได้ลดกิจกรรมทางทหารที่ฐานทัพอาร์ไมลัน ในจังหวัดฮาซาเคห์ ที่อยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศ และเป็นฐานที่มั่นของกองกำลังป้องกันตนเองชาวเคิร์ดวายพีจี
ทั้งนี้การถอนกำลังทหาร และอาวุธของสหรัฐฯ ออกจากซีเรีย นั้นเป็นผลมาจากการปฎิบัติตามคำสั่งของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งกล่าวเมื่อวันที่ 19 ธ.ค. ที่ผ่านมา แม้ว่าหลายฝ่ายจะคัดค้าน แต่ทว่าผู้นำสหรัฐฯ ยังยืนยันจะดำเนินการในเรื่องดังกล่าวให้แล้วเสร็จภายใน 120 วันเวลานี้ สหรัฐฯ ได้ย้ายอาวุธเบาออกไปแล้ว เหลือเพียงกำลังทหาร และอาวุธหนักบางส่วนนั้น จะดำเนินการตามที่ได้รับปากกับทางผู้นำตุรกีไว้หรือไม่ คือ 120 วัน ถึงแม้ว่าผู้นำตุรกีจะไม่รับรองความปลอดภัยให้กับพันธมิตรกลุ่มชาวเคิร์ดวายพีจี ก็ตาม หรือการถอนครั้งนี้เป็นเพียงกลลวง ให้ตุรกีตายใจ และส่งกำลังทหารเข้าไปจัดการเสี้ยนนามของพวกเขา และสหรัฐฯ เตรียมตลบหลังจัดการตุรกีอีกทีหรือไม่?