วันนี้ที่ประชาธิปัตย์อาสาเดินหน้าขบวนรถประชาธิปไตย รอบนี้เราจึงมีคำขวัญว่า "ประชาชนเป็นใหญ่ ประชาธิปไตยสุจริต" เพราะนี่คือตัวตนของพรรคประชาธิปัตย์ ประชาชนเป็นใหญ่อย่างไร ผมให้ท่านดูง่ายๆ ว่าเริ่มต้นตั้งแต่ภายในพรรค ไม่มีพรรคการเมืองใดในประเทศไทยที่การบริหารพรรคเป็นการบริหารที่ต้องเคารพประชาชน สมาชิกพรรค และเป็นประชาธิปไตยในพรรคเหมือนพรรคประชาธิปัตย์ การเลือกหัวหน้าพรรค การตัดสินใจในเรื่องสำคัญๆ นั้นประชาธิปัตย์ เคารพความเป็นใหญ่ของประชาชนของสมาชิกพรรค ของผู้สนับสนุนพรรคมาโดยตลอด
นั่นหมายความว่า คติพจน์ ประชาชนเป็นใหญ่นั้นเป็นส่วนหนึ่งของจิตวิญญาณของประชาธิปัตย์ ที่จะเป็นองค์ประกอบสำคัญที่จะทำให้เรานำสามารถนำพาประชาธิปไตยไปได้อย่างยั่งยืน เช่นเดียวกัน ประชาธิปไตยสุจริต ประชาธิปัตย์มีหัวหน้าพรรคมาแล้ว 7 คน ไปดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีมาแล้ว 4 คน ไม่มีนายกรัฐมนตรีของพรรคประชาธิปัตย์คนไหน มีมลทินในเรื่องปัญหาการทุจริต คอรัปชั่น เพราะนี่คืออุดมการณ์ที่เราประกาศไว้ ตั้งแต่ปี พ.ศ.2489 ด้วยหลักการสำคัญประชาชนเป็นใหญ่ ประชาธิปไตยสุจริต ที่ทำให้เรามั่นใจว่าเรามีความพร้อมที่สุดที่จะเป็นผู้นำพาประเทศไทยออกจากวังวนการเมืองแบบนี้ แต่แน่นอนการจะนำพาบ้านเมืองออกจากวังวนตรงนี้ นอกจากต้องมีหลักการที่ถูกต้อง นอกจากการมีอุดมการณ์ที่มั่นคงแล้ว ต้องสามารถตอบโจทย์แก้ปัญหาของประเทศได้ด้วย
ตัวตนของเราที่บอกว่า "ประชาชนเป็นใหญ่ ประชาธิปไตยสุจริต" มีภารกิจที่สำคัญ ภารกิจที่ว่าก็คือ "แก้จน สร้างคน สร้างชาติ" เพราะทุกวันนี้ ปัญหาความยากจน และปัญหาความเหลื่อมล้ำ เป็นปัญหาใหญ่ที่สุดที่พี่น้องประชาชนทุกแห่งสัมผัสได้ เป็นปัญหาที่รอคอยการแก้ไข และเป็นปัญหาที่พี่น้องประชาชนคาดหวังว่าเมื่อมีรัฐบาลที่มาจากตัวแทนของเขาต้องสามารถแก้ไขได้ เราจะมีโอกาสในขบวนประชาธิปไตย หรือขบวนรถที่จะออกไปพบกับพี่น้องประชาชนเกือบ 80,000 หมู่บ้านทั่วประเทศ ที่จะอธิบายว่าวันนี้การแก้จนจะทำกันอย่างไร เรามีคำตอบหมด เรื่องที่ทำกิน เรื่องน้ำ เรื่องหนี้สิน เรื่องราคาพืชผล เรื่องรายได้ของพี่น้องคนทำงานผู้ใช้แรงงาน หรือมนุษย์เงินเดือน เรื่องการสร้างโอกาสใหม่ๆ ที่จะทำให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางของภูมิภาคนี้ ด้วยการปรับรื้อระบบกฎหมาย รวมไปถึงการขจัดการผูกขาดที่เกิดขึ้นในเชิงโครงสร้าง ด้วยการปฏิรูประบบภาษี ด้วยการขจัดการผูกขาดไม่ว่าจะอยู่ในภาครัฐ หรือภาคเอกชน ภารกิจแก้จนครั้งนี้จะเป็นภารกิจที่พรรคประชาธิปัตย์จะปฏิบัติแบบเด็ดขาด แบบยั่งยืน ไม่ฉาบฉวย ไม่ใช่หามาตรการชั่วคราวที่ในที่สุดก็นำพาผู้คนของเรากลับมาสู่ภาวะของความยากจน และการมีหนี้มีสินแบบเก่า ภารกิจการสร้างคนเป็นเรื่องที่ประชาธิปัตย์ยืนหยัดมาตลอดในประวัติศาสตร์ของพรรค รากฐานของการดูแลเด็กและเยาวชน เกือบทุกเรื่องไม่ว่าจะเป็นการดูแลเด็กเล็ก การเรียนฟรี การมีนมดื่ม การมีอาหารกลางวัน การมีเงินให้กู้ยืมเพื่อเรียนต่อในระดับที่สูงเป็นผลพวงมาจากนโยบายประชาธิปัตย์ในอดีตทั้งสิ้น
แต่วันนี้ภารกิจการสร้างคนเป็นภารกิจที่ท้าทายมาก เพราะความเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี ซึ่งเรามีนโยบายที่ตอบโจทย์ความเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ที่จะสร้างคุณลักษณะให้กับคนของเราให้เหมาะกับยุคสมัย และเหมาะสำหรับอนาคต มีนโยบาย 10 ข้อที่ได้ประกาศไปแล้ว ผมไม่ใช้เวลาตรงนี้อีก แต่นี่คือการยืนยันว่าภารกิจของการสร้างคนเป็นภารกิจที่ประชาธิปัตย์มีความพร้อม ภารกิจสร้างชาติ เราแก้ปัญหาตัวบุคคล ไม่ว่าจะเป็นความยากจน ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มความสามารถศักยภาพของคนของเรา ยังไม่พอ ความเป็นสังคม ความเป็นชาติ มันไม่แค่เอาคนมารวมกัน แต่มันหมายถึงการมีกติกาของการอยู่ร่วมกัน ที่จะทำให้สังคมนั้นเดินหน้าไปได้ด้วยกันอย่างสงบสุข สันติสุข
นโยบายของประชาธิปัตย์ตรงนี้ นอกเหนือจากเรื่องการเมืองที่ผมได้ยืนยันไปแล้วว่าการยึดหลักธรรมาภิบาล การเคารพในสิทธิเสรีภาพ และจิตวิญญาณของระบอบประชาธิปไตยจะเป็นพื้นฐานที่ดีแล้ว นโยบายทางด้านอื่นๆ เพื่อต่อสู้กับภัยของการสร้างชาตินั้นเราก็มีพร้อมหมด ภัยในด้านความมั่นคง ปัญหาความรุนแรงในจังหวัดชายแดน ปัญหายาเสพติด ปัญหาการบังคับใช้กฎหมายที่หย่อนยาน และอื่นๆ อีกมาก เรามีความพร้อมที่จะนำเสนอนโยบายตรงนี้ ด้วยภารกิจที่เราตั้งไว้ แก้จน สร้างคน สร้างชาติ โดยยึดเอาประชาชนเป็นใหญ่ ประชาธิปไตยสุจริต
การเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในครั้งนี้ จึงถือเป็นโอกาสทองของพี่น้องประชาชนคนไทย ที่จะเลือกใช้แนวทางนี้นำพาประเทศเดินหน้าไปสู่ความเจริญรุ่งเรืองเพื่อประโยชน์สุขของพี่น้องประชาชนทุกคนอย่างแท้จริง เราจะเริ่มต้นจากนี้ไปจะได้มีการปล่อยขบวนรถที่เป็นขบวนประชาธิปไตยตามแนวทางนี้ทั่วประเทศ ทั้งรถที่มาอยู่ในบริเวณนี้ และรถทั่วประเทศ ซึ่งขณะนี้อยู่ในสถานที่ต่างๆ ในเขตเลือกตั้ง ในจังหวัดทุกจังหวัดที่พร้อมจะปฏิบัติภารกิจนี้เช่นเดียวกัน ขบวนรถที่ปล่อยไปในวันนี้เป็นขบวนรถที่จะไปพบปะเยี่ยมเยือนประชาชน และเชิญชวนประชาชนทุกคนให้มาร่วมกับขบวนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในการสร้างประวัติศาสตร์ทางการเมืองใหม่ของประเทศไทย
"วันนี้ประชาธิปัตย์พร้อมแล้วที่จะนำพาบ้านเมืองออกจากวังวนเดิมๆ และจากวันนี้เป็นต้นไปพวกเราทุกคนจะทุ่มเทอย่างเต็มที่ เพื่อที่จะสร้างโอกาสให้กับประเทศ และพี่น้องประชาชนทุกคน นำการเมืองพ้นจากวังวนเดิมๆ เข้าสู่ยุคใหม่อย่างแท้จริง เราจะยกระดับประเทศไทย และก้าวไกลไปด้วยกัน" นายอภิสิทธิ์ กล่าวในตอนท้าย