ราฮาฟเดินทางด้วยเครื่องบินของสายการบินโคเรียนแอร์ถึงสนามบินนานาชาติเพียร์สัน เมืองโตรอนโต ประเทศแคนาดาเมื่อช่วงสายวานนี้ตามเวลาในท้องถิ่น หรือเมื่อคืนที่ผ่านมาตามเวลาในประเทศไทย โดยเธอเดินออกมาจากประตูผู้โดยสารขาเข้าพร้อมกับนางคริสเตีย ฟรีแลนด์ รัฐมนตรีต่างประเทศของแคนาดา โดยสวมเสื้อกันหนาวที่โชว์คำว่าแคนาดา และสวมหมวกสีฟ้าของสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติหรือยูเอ็นเอชซีอาร์
ราฮาฟไม่ได้กล่าวอะไรกับกองทัพสื่อมวลชนที่ปักหลักทำข่าวอยู่ที่สนามบิน แต่รัฐมนตรีต่างประเทศแคนาดากล่าวว่า ราฮาฟเป็น "ชาวแคนาดา" คนใหม่ผู้กล้าหาญที่ผ่านสิ่งต่างๆ มามากมาย เธอต้องการให้ชาวแคนาดาเห็นว่าเธอได้มาถึงแล้ว และเธอกำลังจะได้เดินทางไปยังบ้านหลังใหม่ เธอเหนื่อยจากประสบการณ์อันโหดร้ายและการเดินทางอันยาวนาน จึงยังไม่ขอแถลงข่าวใดใด
ก่อนหน้านี้ราฮาฟได้โพสต์ภาพถ่ายทางทวิตเตอร์ที่ปัจจุบันมีผู้ติดตามกว่า 1 แสน 5 หมื่นคน โดยเป็นภาพของเธอขณะกำลังอยู่บนเครื่องบิน และแสดงให้เห็นหนังสือเดินทางซาอุดีอาระเบียของเธอ พร้อมติดแฮชแท็กที่มีความหมายว่า "ประเทศที่สาม" และ "ฉันทำสำเร็จ"
การเดินทางมาของราฮาฟเกิดขึ้นหลังนายกรัฐมนตรีจัสติน ทรูโดของแคนาดาเปิดเผยว่า รัฐบาลแคนาดาได้อนุมัติสถานะผู้ลี้ภัยให้กับเธอตามคำร้องของยูเอ็นเอชซีอาร์ และระบุว่า แคนาดาแสดงออกอย่างชัดเจนเสมอว่าจะยืนหยัดเพื่อสิทธิมนุษยชนและสิทธิสตรีทั่วโลก
"คอสติ" องค์กรเอ็นจีโอที่ช่วยเหลือผู้อพยพซึ่งเพิ่งมาถึงแคนาดาจะคอยช่วยให้ราฮาฟปรับตัวเข้ากับชีวิตใหม่ โดยเธอสามารถเข้าถึงความช่วยเหลือของรัฐบาลได้เป็นเวลา 12 เดือน ขณะที่ผู้อำนวยการของคอสติเปิดเผยว่า ขณะนี้ราฮาฟอาศัยอยู่ในสถานที่ที่มีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง และแนะนำเธอให้ระวังการบอกสถานที่กับใคร ส่วนเมื่อช่วงบ่ายวานนี้ ราฮาฟได้ออกไปซื้อเสื้อผ้าสำหรับฤดูหนาวหลังจากนี้เจ้าหน้าที่จะช่วยเธอเปิดบัญชีธนาคาร สมัครประกันสังคม ขอรับบัตรประกันสุขภาพ และที่อยู่ถาวรซึ่งไม่จำเป็นต้องอยู่ในเมืองโตรอนโต
ตอนแรกราฮาฟมีแผนจะลี้ภัยไปยังออสเตรเลีย แต่เธอเลือกประเทศแคนาดาเป็นจุดหมายปลายทางใหม่ หลังพบว่า ออสเตรเลียใช้เวลาพิจารณานานเกินไปในการออกสถานะผู้ลี้ภัยให้กับเธอ
เดวิด โคลแมน รัฐมนตรีด้านกิจการคนเข้าเมืองของออสเตรเลียออกแถลงการณ์เมื่อวานนี้ว่า ออสเตรเลียยังคงพิจารณาสถานะผู้ลี้ภัยให้กับราฮาฟต่อไปตามกระบวนการและกฎหมายของประเทศ และความปลอดภัยยังคงเป็นประเด็นหลักที่รัฐบาลออสเตรเลียให้ความสำคัญ พร้อมกับอวยพรให้ราฮาฟมีอนาคตที่สดใสในแคนาดา
อย่างไรก็ตาม เดวิต แชตเทอร์สัน อดีตเอกอัครราชทูตแคนาดาประจำซาอุดีอาระเบียได้ออกมาเตือนว่า การยอมให้สถานะผู้ลี้ภัยแก่ราฮาฟในเวลาอันรวดเร็วอาจทำให้เกิดพฤติกรรมเลียนแบบเป็นจำนวนมากในอนาคต เพราะปกติการตรวจสอบหลักฐานของผู้ยื่นขอลี้ภัยในแคนาดาอาจใช้เวลานาน 2-3 ปี