หัวเว่ย ผู้ผลิตและจำหน่ายอุปกรณ์โทรคมนาคมที่ใหญ่ที่สุดในโลกสัญชาติจีนออกแถลงการณ์เมื่อวานนี้ ปลดนายหวัง เว่ยจิง ออกจากตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายขายของหัวเว่ยประจำประเทศโปแลนด์ หลังเขาถูกจับเมื่อวันศุกร์พร้อมชายชาวโปแลนด์อีกหนึ่งคน เนื่องจากต้องสงสัยจารกรรมความลับให้หน่วยข่าวกรองของจีน โดยเจ้าหน้าที่มีสิทธิ์คุมตัวทั้งคู่ได้ 3 เดือน และหากผิดจริงอาจต้องโทษจำคุกสูงสุด 10 ปี
หัวเว่ยระบุว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้บริษัทเสื่อมเสียชื่อเสียง จึงตัดสินใจยกเลิกสัญญาจ้าง โดยพฤติกรรมของนายหวังเป็นการกระทำในนามส่วนบุคคล ไม่มีความเกี่ยวข้องใดใดกับบริษัท หัวเว่ยปฏิบัติตามกฎหมายและกฎระเบียบของทุกประเทศที่เข้าไปทำธุรกิจ และบังคับให้พนักงานทุกคนเคารพกฎหมายของประเทศนั้นๆ
สื่อทางการโปแลนด์รายงานว่า ข้อมูลประวัติของนายหวังในเวบไซต์ลิงค์อิน ระบุว่า เขาทำงานให้กับหัวเว่ยมาตั้งแต่ปี 2554 และเคยเป็นผู้ช่วยกงสุลใหญ่ของจีนในโปแลนด์ช่วงปี 2549-2554 ส่วนนายปิโอต ดี ชาวโปแลนด์ที่ถูกจับ เคยเป็นอดีตเจ้าหน้าที่สำนักต่อต้านข่าวกรอง ปัจจุบันเป็นที่ปรึกษาด้านความปลอดภัยไซเบอร์ให้กับ "ออเรจน์" ผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือจากฝรั่งเศส สาขาในโปแลนด์ ด้านทางการโปแลนด์เปิดเผยว่า ทั้งสองต้องสงสัยทำงานให้กับหน่วยงานของจีน และเป็นภัยต่อโปแลนด์ การสอบสวนดำเนินมาระยะหนึ่งแล้ว และมีการตรวจค้นที่พักและที่ทำงานของทั้งสองคน
ข่าวการจับกุมนี้มีขึ้นราวหนึ่งเดือนเศษ หลังทางการแคนาดาจับกุม เมิ่ง ว่านโจว ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินและบุตรสาวของผู้ก่อตั้งหัวเว่ย ตามคำร้องขอของสหรัฐ ฐานละเมิดมาตรการคว่ำบาตรอิหร่าน โดยศาลแคนาดาเตรียมพิจารณาส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนให้สหรัฐฯ ในเดือนหน้า
นอกจากนี้ปัจจุบันหลายประเทศกำลังพิจารณายกเลิกการใช้งานอุปกรณ์ของหัวเว่ยโดยเฉพาะในระบบ 5จี เนื่องจากเกรงว่าอาจเป็นช่องทางให้รัฐบาลจีนจารกรรมข้อมูลได้ โดยสหรัฐฯ ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ เป็น 3 ประเทศที่แบนอุปกรณ์หัวเว่ยแล้ว อย่างไรก็ตาม ทางการโปแลนด์ยืนยันว่า กรณีการจับกุมล่าสุดไม่เกี่ยวข้องกับบริษัทหัวเว่ยโดยตรง
ขณะเดียวกัน รัฐมนตรีมหาดไทยของโปแลนด์ได้ออกมาเรียกร้องให้ประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปและนาโต้ร่วมกันประกาศจุดยืนว่าจะแบนหัวเว่ยจากตลาดในประเทศหรือไม่