หากย้อนกลับไปช่วงหลายปีก่อน จะพบว่าเกาะเสม็ดมีปัญหามากมายและพัวพันกันไปหมด ทั้งข้อพิพาทเรื่องที่ดินระหว่างหน่วยงานรัฐ ปัญหาด้านการจราจรบนเกาะ รถสองแถวรับจ้าง รถจักรยานยนต์ให้เช่า ท่าเทียบเรือโดยสาร สถานบริการ แรงงานต่างด้าว และปัญหายาเสพติด
เมื่อ คสช.เข้าควบคุมอำนาจการปกครองเมื่อปี 57 ได้มีการส่งทหารเข้าไปจัดระเบียบ แม้จะแก้ไขได้หลายๆ ปัญหา แต่ผลที่ได้รับกลับมายังไม่เป็นที่น่าพอใจนัก เพราะปัญหาที่หมักหมมมานานไม่สามารถแก้ไขได้ในระยะเวลาเพียงข้ามคืนโดยเฉพาะปัญหาดั้งเดิมของเกาะเสม็ด คือปัญหาแนวเขตของอุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้าหมู่เกาะเสม็ด ซึ่งทับซ้อนกับที่ดินที่ชาวบ้านและผู้ประกอบการบางส่วนครอบครองอยู่ มีการคดีฟ้องร้องกันไปมาระหว่างหน่วยงานรัฐกับชาวบ้านและผู้ประกอบการหลายคดี แต่ขณะเดียวกันก็ยังมีกลุ่มทุนใหญ่ทรงอิทธิพลเข้าไปเปิดหน้างานก่อสร้างโรงแรมและรีสอร์ทหรูขนาดยักษ์ โดยไม่ปรากฏว่ามีปัญหากับหน่วยงานรัฐเหมือนที่ชาวบ้านพื้นถิ่นโดนแต่อย่างใด
ก่อนหน้านี้ "ทีมล่าความจริง" เคยลงพื้นที่เกาะเสม็ด และได้พบการก่อสร้างโรงแรม รวมถึงรีสอร์ตหรูหลายแห่งผิดระเบียบกฎเกณฑ์ที่ภาครัฐกำหนดไว้ เช่น การก่อสร้างสระว่ายน้ำรุกล้ำเข้าไปในแนวเขตทะเล หรือแม้แต่การปลูกสร้างต่อเติมอาคาร รัฐอ้างว่าที่ดินบนเกาะทั้งหมดเป็นของรัฐ แต่กลับมีการก่อสร้างโครงการใหม่ๆ เกิดขึ้นได้ ทำให้ชาวบ้านเรียกขานกลุ่มทุนนอกพื้นที่กลุ่มนี้ว่า "กลุ่มคอนเน็คชั่นใหญ่" เพราะมีอำนาจตั้งแต่ระดับท้องถิ่น จังหวัด ไปจนถึงระดับประเทศ และได้รับอภิสิทธิ์ต่างๆ เหนือกว่าผู้ประกอบการท้องถิ่นหรือคนเสม็ดดั้งเดิม