พ่อสาวซาอุฯ ดีกรีผู้ว่าการรัฐเดินทางถึงไทยแล้ว
09 ม.ค. 2562 | teerawat_cha

พ่อสาวซาอุ ดีกรีผู้ว่าการรัฐฯ ประเทศซาอุดิอาระเบีย มีลูกถึง 10 คน เดินทางถึงไทยแล้ว พร้อมขอพบเจ้าหน้าที่ยูเอ็นฯ และลูกสาว ยืนยันไม่เคยบังคับให้ลูกแต่งงาน
ข่าว
09 ม.ค. 2562 | teerawat_cha

พ่อสาวซาอุ ดีกรีผู้ว่าการรัฐฯ ประเทศซาอุดิอาระเบีย มีลูกถึง 10 คน เดินทางถึงไทยแล้ว พร้อมขอพบเจ้าหน้าที่ยูเอ็นฯ และลูกสาว ยืนยันไม่เคยบังคับให้ลูกแต่งงาน
จากกรณีที่ หญิงสาววัย 18 ปี ชาวซาอุดิอาระเบีย ถูกเจ้าหน้าที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองกักตัวไว้ที่สนามบินสุวรรณภูมิ หลังตรวจไม่พบเอกสารการเดินทาง ซึ่งเจ้าตัวพยายามจะเดินทางต่อไปยังประเทศออสเตรเลีย เพื่อหลบหนีการถูกบังคับให้แต่งงานของครอบครัว ก่อนที่ล่าสุดทางการไทยจะระงับการส่งตัวกลับประเทศต้นทาง ตามที่ได้เสนอข่าวไปนั้น
เกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อเวลา 18.30น. วันที่ 9 มกราคม 2562 ที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง(ผบช.สตม.) พร้อมด้วย พล.ต.ต.พนัญชัย ชื่นใจธรรม ผบก.สส.สตม. และ พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง ผบก.ตม.3 แถลงความคืบหน้ากรณี น.ส. ราฮาฟ โมฮัมเหม็ด อัล-กูนุน (Rahaf Mohammed al-Qunun) หญิงชาวซาอุฯ วัย 18 ปี ที่หลบหนีเข้าเมืองไทยเพื่อเดินทางไปต่อยังประเทศที่ 3 ภายหลัง น.ส.ราฮาฟ ได้รับความคุ้มครองในฐานะผู้ลี้ภัย จากสำนักงานข้าหลวงใหญ่ ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ(UNHCR) เป็นที่เรียบร้อย
พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า ในวันนี้บิดา และพี่ชายของ น.ส.ราฮาฟ ได้มาเข้าขอพบกับเจ้าหน้าที่ยูเอ็น. และตน เพื่อขอทราบในรายละเอียด และสถานการณ์ทั้งหมดด้วยความเป็นห่วงว่าลูกสาวของตัวเอง ว่ามีความปลอดภัยแน่นอนหรือไม่ โดยต่อจากนี้ ก็จะเป็นหน้าที่ของยูเอ็น. ในการพิจารณาที่จะนำตัวส่งไปยังประเทศที่สาม โดยคาดว่าจะใช้เวลาอีกไม่เกิน 3 วัน ส่วน น.ส.ราฮาฟ ในขณะนี้ก็มีอิสระเสรีภาพในไทย จะเดินทางไปมาไหนก็ได้
จากการพูดคุยกับบิดาของ น.ส.ราฮาฟ ทราบว่า เป็นข้าราชการของรัฐ ในตำแหน่งผู้ว่าการรัฐแห่งหนึ่งของประเทศซาอุดิอาระเบีย ซึ่งมีบุตรรวมแล้ว 10 คน โดยทางครอบครัวเอง ก็ต้องการนำลูกกลับบ้าน พร้อมคัดค้านการส่งตัวไปยังประเทศที่ 3 ของยูเอ็น อีกทั้งมารดาของ น.ส.ราฮาฟ ก็ตกอยู่ในอาการป่วยหนักจากเหตุที่เกิดขึ้นด้วย สำหรับสาเหตุที่ต้องหนีจากบ้านเกิดมานั้น คาดว่าลูกสาวอาจจะน้อยใจจากเรื่องภายในบ้าน แต่ยืนยันว่าไม่ใช่เรื่องการบังคับแต่งงาน หรือขู่เข็ญทำร้ายร่างกาย ซึ่งทางการซาอุฯ ก็มีมาตรการดูแลอยู่แล้ว
"ทั้งนี้ น.ส.ราฮาฟ ไม่ประสงค์ที่จะพบใคร ขณะที่ครอบครัวของสาวซาอุฯ ก็ยังจะพำนักในประเทศไทย จนกว่าบุตรจะได้รับการส่งตัวไปยังประเทศที่สามต่อไป ซึ่งทาง สตม. พร้อมสนับสนุนการทำงานของยูเอ็นเต็มที่ ขณะที่ทูตซาอุฯ ก็มีความเข้าใจในเรื่องนี้ดี และยืนยันว่าจะไม่เป็นผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศอย่างแน่นอน มีแต่จะดียิ่งขึ้น" พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ กล่าวและว่า
"ส่วนเรื่องสถานะผู้ลี้ภัยที่ น.ส.ราฮาฟ กล่าวอ้างนั้น ยังไม่ได้รับการยืนยันจากทางการออสเตรเลียแต่อย่างใด อยู่ระหว่างยูเอ็นดำเนินการ คาดว่าจะทราบผลอย่างเร็วสุดคือวันพรุ่งนี้ หรือ อย่างช้าที่สุดภายใน 2 วัน ซึ่งเงื่อนไขในการให้สถานะผู้ลี้ภัยอยู่ที่ยูเอ็นจะพิจารณา เรื่องดังกล่าวไม่ใช่การเมือง ศาสนาทั้งสิ้น"
พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ บิดาของหญิงสาว ได้ฝากตำหนิไปยังสายการบินแห่งหนึ่ง(คูเวต) ว่าเหตุใดจึงปล่อยให้เดินทางเข้ามาได้ ทั้งที่ไม่ได้ซื้อตั๋วเที่ยวกลับ และฝากให้ดูแลความปลอดภัย
เมื่อถามว่า ประเด็นที่หญิงสาวได้หนีมาหาหนุ่มอเมริกันนั้น เท็จจริงเป็นอย่างไร พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า ยังไม่พบว่ามีตัวตน และต้องรับฟังข้อมูลจากทั้งสองฝ่าย เพราะมีบางส่วนที่ไม่ตรงกัน