หลังจากทางด้านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศเมื่อวันที่ 19 ธ.ค. ปีที่แล้ว เรื่องการถอนทหารสหรัฐฯ จำนวนกว่า 2,000 คน ออกจากสมรภูมิรบซีเรีย ภายใน 30 วัน แต่ทว่าหลังจากนั้นไม่นานได้เปลี่ยนใจ และขยายเวลาให้กับทางด้านกระทรวงกลาโหมดำเนินการให้แล้วเสร็จในเวลา 120 วัน ขณะที่ทางด้านนายจอห์น โบลตัน ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงประจำทำเนียบขาว กล่าวระหว่างการเยือนอิสราเอล ต้นสัปดาห์นี้ว่า แม้การถอนทหารต้องเกิดขึ้นตามคำสั่งของผู้นำสหรัฐฯ แต่จะต้องตั้งอยู่บนเงื่อนไขที่ว่ากลุ่มก่อการร้ายไอเอสพ่ายแพ้แล้วอย่างแท้จริง จนไม่สามารถฟื้นตัวกลับมาเป็นภัยคุกคามได้อีก
นอกจากนั้นแล้ว สหรัฐฯ จะต้องมั่นใจว่าพันธมิตรของตนเอง อย่างกองกำลังป้องกันตนเองชาวเคิร์ด( วายพีจี ) ที่ปัจจุบันยึดครองพื้นที่ทางเหนือของซีเรีย และทางด้านตุรกีมองว่ากลุ่มนักรบกลุ่มนี้เป็นกลุ่มก่อการร้ายเช่นกัน เพราะเป็นภัยคุกคามกับตุรกี จะต้องปลอดภัยเช่นกัน และอาจมีการคงกำลังทหารไว้บางส่วนก่อนเพื่อป้องกันกิจกรรมทางทหารของอิหร่านในพื้นที่ ที่สหรัฐฯเกรงวว่าจะไปกระทบกับพันธมิตรของตนเองอย่างอิสราเอลด้วยเช่นกัน เพราะการรุกคืบเข้าพื้นที่ราบสูงโกลัน ที่ทางด้านอิสราเอลยึดครองอยู่ของทางด้านอิหร่านก็ทำให้สหรัฐฯ หวั่นเช่นกันว่าอิสราเอลจะถูกคุกคาม
แน่นอนว่าการสื่อความหมายของทางด้าน นายจอห์น โบลตัน นั้นอาจจะทำให้การถอนทหารสหรัฐฯ ออกจากซีเรีย อาจจะต้องล่าช้ากว่า 120 วันออกไปหรือไม่ ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ ว่าจะออกมาอย่างไรหลังจากนี้